วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ซึมเศร้า... เอาชนะมัน ด้วยตัวคุณ!!! (มาร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วยกันครับ)

http://pantip.com/topic/33710176
กระทู้นี้มีจุดมุ่งหมาย ที่อยากจะแชร์ประสบการณ์ แก่ผู้ที่เคยประสบกับอาการนี้โดยตรง และผู้ที่กำลังประสบกับอาการนี้ เพื่อเป็นกำลังใจ แรงบันดาลใจ แนวทางในการรักษาตนเอง รวมไปถึงความรู้ต่างๆ เพื่อตระหนักว่า อาการซึมเศร้าในตอนนี้ กำลังมีผู้ประสบ และส่วนใหญ่ ไม่รู้ตนเอง ไม่ยอมรับ และอาจกลายเป็นปัญหาต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมในวันข้างหน้า จึงอยากใคร่ขอ ผู้ที่มีประสบการณ์ในที่นี้ ออกมาแชร์ความรู้และประสบการณ์กัน เพราะไม่แน่ว่า คำพูดของคุณแค่คำเดียว หรือ แนวทางของคุณแค่วิธีเดียว อาจช่วยฉุดรั้ง เป็นแสงนำทาง ให้ผู้ประสบอาการเหล่านี้ ให้หลุดพ้นจากอาการซึมเศร้าได้ ( ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ที่เคยประสบอาการเหล่านี้ รู้ดีว่า มันทรมานขนาดไหน ไม่มีคนรับฟัง มีแต่คนรำคาญ และตัวผมเองก็เคยประสบมาเช่นกัน )


            ซึมเศร้า คืออะไร ? ผมจะไม่ขอยกตัวอย่างวิชาการมานะครับ แต่ขอยกความเข้าใจในส่วนตัวผมเอง อยากจะอธิบายคร่าวๆตามความเข้าใจของผมว่า มันคืออาการผิดปกติของ อารมณ์ ความรู้สึก ทำให้มีอาการเศร้า อยากอยู่คนเดียว มีความคิดในแง่ลบ อยากทำร้ายตัวเอง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ และจะส่งผลไปในทางสุขภาพด้วย ซึ่งในทางแพทย์ ที่ผมเคยศึกษาตอนประสบอาการนี้อยู่ ก็คือ มีความผิดปกติของสารเคมีในสมองมาเกี่ยวข้อง แต่สาเหตุการเกิด ก็มีหลากหลาย เช่น ปัญหาชีวิต ครอบครัว สุขภาพ ประสบเหตุการณ์เลวร้าย เครียด ทัศนคติที่มีต่อตนเอง สังคม เพื่อน หรือผู้ที่ต้องคอยเอาแต่พึ่งพาผู้อื่นเช่นกัน


            อาการของ "ซึมเศร้า" ( อันนี้ขอยกตัวอย่างของผมเองนะครับ )
- ไม่อยากออกไปพบผู้อื่น มีความเครียด เก็บกด อยากทำร้ายร่างกายตนเอง
- ตกเย็นจะมีอาการหวาดกลัว มีอาการร้องไห้ ร้องไห้ชนิดที่แบบโลกนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว
- เพ้อเจ้อ พูดไม่รู้เรื่อง คุมสติตัวเองไม่ได้ในบางที
- มองว่าโลกนี้ความสุขมันไม่มีอีกแล้ว
- ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
- ตื่นเช้ามา อาเจียนทุกเช้า
- นํ้าหนักตัวลด เหลือ 38 ( สูง 170 )
- นอนไม่หลับ ถ้าหลับก็ฝันร้าย สะดุ้งตื่นตอนกลางคืน
- กลัวเสียงดัง กลัวผู้คนในบางที

           ซึ่งอาการเหล่านี้ที่ผมประสบมา อยากบอกว่า มันฮาร์ดคอร์มาก ชนิดที่ว่า แทบจะหลุดโลกไปเลยในตอนนั้น ทรมานสุดๆ แต่ในที่นี้ ผมอยากจะบอกว่า....

           อาการซึมเศร้า "หายได้" ครับ มันหายได้ ผมใช้เวลาเกือบ 3 เดือน ในการรักษาตนเอง "โดยไม่ใช้ยา" พึ่งตนเอง และ ผู้อื่น และพยายามสุดวิถีทางที่จะเอาตัวรอดจากอาการเหล่านี้ ซึ่งผมจะขออธิบาย วิธี ในแนวทางของผมเอง อาจจะเป็นความรู้ หรือ แนวทาง แก่ผู้ที่เข้ามาอ่าน  ก็ขออธิบายอย่างสุดความสามารถ หากผิดพลาดประการใดไป ก็ขออภัยด้วยนะครับ

มาเริ่มกันเลยดีกว่า!!!


            “ฝืน”

คุณต้อง ฝืนตัวเอง ให้ทำในสิ่งที่คุณคิดว่าจะส่งผลดีต่อคุณได้ แม้ว่าจะแย่แค่ไหน แม้จะไม่อยากออกไปพบผู้คน หรือคิดแต่ว่า ข้างนอกไม่มีอะไรช่วยคุณได้ ขอให้ล้มเลิกความคิดเหล่านี้ และฝืนตัวเอง ออกจากจุดที่เป็นอยู่ ออกจากห้องที่ว่างเปล่า เพื่อออกไปหาความช่วยเหลือจากสิ่งแวดล้อมและตัวคุณเอง คุณต้อง ฝืน ที่จะทำ

           
             "คุณสร้างมันขึ้นมา คุณต้องทำลายมันได้"

สำหรับตัวผมเอง มีความเชื่อในแบบนี้ครับ ตัวเราของเราเอง จริงอยู่ที่ว่า ประสบการณ์เลวร้าย ไม่ใช่ต้นเหตุอาการของผม ไม่ใช่สาเหตุที่ผมประสบมา และมีผู้ที่ประสบเหตุกาณ์เลวร้ายที่เป็นต้นเหตุของอาการนี้มากมายและโหดร้ายกว่าผมมากนัก ก็ขอให้กำลังใจกับทุกๆคน และกล้าที่จะก้าวต่อไปนะครับ

            อาการของผมมีสาเหตุมาจาก ตัวของผมเอง ในช่วงที่ผมเป็นอาการนี้ ผมจะคอยบอกตนเองตลอดว่า ตนเองเป็นเหตุ ต้องพึ่งตนเอง เพราะอาการนี้เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เป็นตัวเราคนเดียว จิตของคนเรามันแรงครับ พ่อของผมมักจะพูดแบบนี้ตลอดเสมอ ผมเองก็นำคำแนะนำของพ่อผมมาใช้และทบทวนเสมอมา อยากให้คุณหาเวลา นั่งสมาธิ นั่งทบทวนตนเอง และ คอยยํ้าเตือนตนเองเสมอว่า เราเป็นผู้สร้าง เราจะเอามันออกไป คุณเป็นผู้สร้างสรรค์ และนั่นเอง ทำให้คุณเป็นผู้ทำลายได้


            "อย่าไปคิดว่าอยาก หาย แต่ขอให้คิดว่า ตนเองไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น"

ในขณะที่ผมเองกำลังคิดว่า ผมอยาก หาย จากอาการเหล่านี้ ความคิดมันก็จะวนคอยกระเเทกเสมอว่า ตนเองเป็นซึมเศร้านะ เรากำลังแย่นะ สำหรับผมมันเป็นเหมือนการยํ้าตนเองว่าตนเองเป็นอาการนี้อยู่ และจะทำให้ความคิดเราสับสน สุดท้ายก็วนอยู่ในอ่างนั่นแหล่ะครับ อยากให้ลบความคิดในส่วนนี้ไป แต่ขอให้เป็นความรู้สึก ที่ออกมาจากข้างใน ว่า ตนเอง ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น


           "ครอบครัว เพื่อนพ้อง ช่วยคุณได้"

เป็นอะไรที่มีกำลังใจอย่างสุดแรง พยายามคุยกับครอบครัว ออกไปหาเพื่อนหาฝูง เพราะเขาเหล่านี้จะเป็นคนที่คอยให้กำลังใจ เข้าใจครับ ถึงแม้ว่าในห้วงนั้น คุณอาจจะคิดว่ามันช่วยอะไรไม่ได้ แต่เชื่อเถอะครับ นํ้าซึมบ่อทราย เก็บออมความสุขจากเพื่อนและครอบครัวทีละนิด ช่วยคุณได้แน่นอน (ของผมได้มาจากเพื่อนเก่าครับ ตอนนั้นเพื่อนมหาลัยไม่มีเลย 5555)

ปล. ในช่วงที่ผมเป็นอาการนี้ ผมได้พยายามออกไปหาสังคมออกไปออกกำลังกาย และพยายามชวนเพื่อนในชั้นเรียนคุย ทำให้ได้เพื่อนกลุ่มนึงมา ที่ออกจะห่ามๆ ผมก็ได้ไปพักพิง หอ ของเพื่อนกลุ่มนี้ ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้เองก็ได้รับรู้ถึงอาการของผม ทีนี้ มีอยู่คืนนึง ผมตื่นขึ้นมา ได้เห็นกลุ่มเพื่อนผมนั่งประชุมอะไรบางอย่าง ผมแอบฟัง เขาประชุมเรื่องผมครับ เขาบอกว่า “เห้ย ไอ้... มันเป็นซึมเศร้า พวกเราต้องช่วยกันทำให้มันหายนะเว้ย” ผมนี่....แอบร้องไห้หนักมาก ฉะนั้นแล้ว เพื่อนพ้องที่คุณไว้ใจ คือสิ่งที่จะทำให้คุณสามารถก้าวต่อไปได้


           “รักตัวเองให้มาก”

ตัวคุณเองนี่ครับ ไม่รักตัวของคุณเองแล้วจะให้ใครมารัก ลองกอดตัวเอง ส่องกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองในหลายๆเวลา แต่กรุณาหลีกเลี่ยงทำตอนที่มีผู้คนอยู่รอบข้างนะครับ ลองมานั่งนึกถึงว่าตัวเองเคยทำอะไรให้ตัวเองบ้างที่ผ่านมา ตอนมีสุขก็มีเราคนเดียวที่สุขตอนทุกข์นั้นก็มีเพียงเราคนเดียวที่ประสบ ฉะนั้นแล้ว คุณมีแค่ตัวคุณอยู่คนเดียว รักตัวเองให้มากๆ และขอให้รู้สึกรักตัวเองจากภายในที่ลึกที่สุดครับ รู้สึก และเข้าใจความรักตัวเอง


           “นึกถึงประสบการณ์แสนจะฮา และสนุกสนาน”

ผมจะชอบนึกถึงเรื่องตลกๆตอนได้อยู่กับเพื่อนครับ พูดอีกนัยก็คือ เป็นสร้างความคิดในแง่บวกก็ได้ คิดถึงเพื่อนเก่าๆ ก็ลองโทรหา หรือนัดเจอแล้วคุยเรื่องเก่าๆ เวลาผมนึกถึงเรื่องเหล่านั้นผมจะมีความสุขและสนุกมาก ทำให้เกิดอาการยิ้มไม่หุบ ซึ่งอาจสร้างความสนใจให้คนรอบข้างได้ว่า คนอะไรยิ้มคนเดียวได้ อย่าไปสนครับ อย่าได้แคร์ นึกถึงตอนไหน ยิ้มแล้วก็สนุกไปในตอนนั้นเลย หรืออาจจะนึกถึงตอนที่ ทำอะไรเปิ่นๆ ฮาๆ แบบว่า เออเนอะ ตอนนั้นก็ทำไปได้ ในช่วงที่คุณแย่ แม้ความสุขจะมีน้อยนิด แต่มันไม่ได้หายไปจากความทรงจำคุณหรอกครับเรื่องสนุกในวันวาน มันต้องมีมากกว่า 1 เรื่องสิน่า


          “ออกกำลังกาย หากิจกรรม หรือ ทำอะไรห่ามๆ”

ยกเวท กลิ้งลงกระได ปั่นจักรยานไวๆแล้วสละยานกลางสนามหญ้า( ขออย่าเป็นที่สาธารณะนะครับ ) เป็นกิจกรรมที่ผมทำและร้องโวยวายอย่างสนุกสนาน ผมไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่า ตอนออกกำลังกายมันหลั่งสารอะไร หรือยังไง ผมรู้แค่ว่า ณ ช่วงเวลานั้นผมใจจดใจจ่อกับสิ่งเหล่านี้ มันทำให้ผมมีความสุขและปราศจากความกังวล เวทเทรนด์นิ่ง ช่วยคุณได้ในการ จดจ่อ การหายใจ การเน้นไปที่มัดกล้าม มันจะให้คุณมีสมาธิแน่นอน การออกกำลังกาย คือยาวิเศษ ไม่ดีจริงจะมีเพลงนี้ได้ไง  มันไม่ผิดไปจากคำนี้จริงๆ มันเป็นเรื่องจริงที่คนส่วนใหญ่ละเลย ขอแค่ 45 นาที คุณก็สามารถออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพได้ อย่าได้ละเลยสิ่งเหล่านี้ ยิ่งคุณออกกำลังกายต่อเนื่องเท่าไหร่ การตอกย้ำว่าคุณรักและเป็นห่วงตัวเองยิ่งสูงขึ้น ภายในจะเป็นสิ่งบ่งบอกภายนอก และ ภายนอกจะเป็นสิ่งบ่งบอกภายใน สุขภาพที่ดี ย่อมนำมาซึ่งจิตใจที่เข้มแข็ง


                 และสุดท้าย ที่เป็น กุญแจ ที่สำคัญที่สุดของผม


               “ขอแค่ 1 วินาที”

สืบเนื่องมาจากตอนที่ตัวผมเองเป็นอาการนี้ ได้พยายามหาสหาย หากระทู้ ทาง Pantip แหล่ะครับ หาเพื่อนร่วมชะตากรรม หาสิ่งที่เป็นข้อคิดต่างๆ แล้วก็ได้ไปสะดุด กับ คอมเม้นของคนๆนึง ทุกๆวันนี้ ผมเองก็อยากจะขอบคุณแนวคิดของคนๆนี้มาก ที่ทำให้ผมได้ประกายอะไรบางอย่างที่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับตัวเอง ซึ่งผมก็ไม่ทรายว่า กุญแจของคนอื่นๆ จะเป็นในแง่คิดไหน แต่คนๆนี้ ได้บอกว่า

“ เชื่อเถอะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นอาการนี้หนัก หรือ น้อย แต่ขอแค่ช่วง วินาทีเดียว ที่คุณลืมอาการเหล่านี้ไป ผมเชื่อว่า พวกคุณจะต้องมีช่วงวินาทีนี้ทุกคน ขอแค่วินาทีเดียวที่คุณตระหนักได้ว่าคุณไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น นั่นคือ คุณ “สามารถ” ทำให้ทุกๆวินาทีต่อจากนี้ เป็นชีวิตที่ถูกต้องของคุณได้”
            ผมอยากจะขอบคุณแนวคิดของคนๆนี้มากๆครับ ที่จุดประกายให้ผม ฉะนั้นแล้ว ผมก็อยากรับไม้ของคุณที่ส่งให้ผมจะด้วยความบังเอิญหรือจะอะไรก็แล้วแต่ ผมอยากส่งไม้ที่รับจากคุณ ให้แก่คนหลายๆคนที่กำลังประสบกับปัญหาชีวิตเนื่องจากอาการเหล่านี้ เช่นกัน ขอบคุณมากครับ


สุดท้ายนี้

           ผมหวังว่า วิธีต่างๆและสิ่งที่ผมเล่า หรือ สิ่งที่คนหลายๆคนอาจเข้ามาเล่า อาจจะได้จุดประกายบางอย่าง อาจให้กำลังใจคนบางคน ที่กำลังแสวงหาความช่วยเหลือได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งผมคิดว่า จะเป็นการดี หากทุกคนได้เข้ามาแชร์ความรู้สึกและประสบการณ์ และจะยิ่งดีถ้าจะมีการนัดออกไปพูดคุยกัน สำหรับผู้ที่เป็นอาการนี้ เพราะไม่มีใครมาเข้าใจเราหรอกครับ มีแต่คนที่เป็น และเคยเป็น เท่านั้น ที่จะเข้าใจได้ ขอบคุณครับ.....



*** เพิ่มเติมครับ จากคุณ สุดฟ้าล่าตะวัน ความคิดเห็นที่ 6

          "วางเป้าหมายในชีวิต"

อีกข้อนึงที่ผมอ่านแล้วรู้สึกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นของการใช้ชีวิต และรวมไปถึงอนาคตของตนเอง การที่คุณได้วางเป้าหมายของตนเองและ เข้าหามันอย่างมุ่งมั่น ก็จะช่วยทำให้คุณมีกำลังใจ ความพยายาม ที่จะคว้าสิ่งนั้นมา ผมคิดว่า เมื่อคุณมีความตั้งใจ แน่วแน่ และสมาธิจดจ่อ กับเป้าหมายในชีวิตของคุณ สิ่งนี้ ก็จะช่วยเหลือคุณได้ และผลักดันคุณไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้

ขอขอบคุณ คุณ สุดฟ้าล่าตะวัน ครับ

   
       เพิ่มเติมครับ จากคุณ มิสเตอร์ D I Y ความคิดเห็นที่ 2 และคุณ เสียงจากบ้านนา ความคิดเห็นที่ 5 ครับ

          "ธรรมะ"

การนั่งสมาธิ ก็เป็นอีก 1 วิธีที่ผมได้ลองทำ และก็ได้ผลดีมาก การศึกษาธรรมะ ผมคิดว่าช่วยให้เข้าใจอะไรต่างๆดีขึ้น ใจเย็นและสงบลง มีสมาธิในการไตร่ตรองตนเองมากขึ้น ผมอยากให้ทุกคนที่ประสบอาการนี้อยู่ พึงระลึกว่า มันเป็น อนิจจังครับ มันเข้ามาและมันก็จากไปได้ครับ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ตื่นเช้าใส่บาตร เป็นวิธีที่ดีมากครับ

ขอขอบคุณ คุณ มิสเตอร์ D I Y และคุณ เสียงจากบ้านนา  ครับ


       เพิ่มเติมครับ จากคุณ อาณาจักรสีเขียว ความคิดเห็นที่ 13 ครับ

         "เลิกฟังเพลงเศร้าและดูหนังเศร้า"

สำคัญมากๆ ก็คือ เลิกฟังเพลงเศร้าค่ะ แล้วก็เลิกดูหนังเศร้าๆ พวกเพลงช้าๆ เว้าวอนเคล้าอารมณ์จำพวกนั้น ประเภทอกหักรักคุด แฟนทิ้ง พระเอกตาย นางเอกไม่รอด อะไรประเภทนี้ เจ้าพวกนี้มันจะนำจิตใจให้ซึมเซื่องลงไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

อยากหายอันดับแรกต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ถ้าหากอยากฟังเพลง ให้ฟังเพลงที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ เพลงที่ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นมา

ต้องย้ำเพราะสำคัญมาก "เวลาจะฟังเพลงหรือดูหนัง ให้เลือกที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ ที่ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นมา"

ดู ฟัง อ่านในสิ่งที่มีเนื้อหาดีๆ สิ่งที่กล่าวถึงเนื้อหาด้านบวก รับเฉพาะสิ่งที่นำจิตใจไปสู่ด้านดีงามของชีวิต

เพราะคนเราตัดสินใจเลือกได้ เลือกเส้นทางชีวิตที่จะคิด พูด และตัดสินใจทำ ได้ด้วยตัวเอง


จากคุณ อาณาจักรสีเขียวครับ ขอบคุณครับ

21 สิ่งที่ไม่มีใครเคยบอกคุณเกี่ยวกับ "โรคซึมเศร้า"

http://pantip.com/topic/32471856
1) เกือบทุกอย่างที่คนรอบข้างพูด นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังทำให้แย่ลง
- ซึมเศร้ากับความเครียดมันต่างกัน คนส่วนใหญ่เห็นคนซึมเศร้าแล้วไม่เข้าใจ ก็จะพูดในเชิงของ "สู้สิวะ!" "ทำตัวให้มีความสุขดิวะ" "อย่ามาซึมเศร้า" ซึ่งคำพูดพวกนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย ความจริงมันทำให้แย่ลงด้วย เพราะหลายคำเช่น "คนอื่นเจอหนักกว่านี้เค้ายังสู้ได้ ทำไมแค่นี้แกสู้ไม่ได้?" อันนี้เป็นสาเหตุตัวดีให้คนไปฆ่าตัวตายเลย เพราะจะทำให้ตัวเองรู้สึกไร้ค่า กระจอก ตอนคุณไปหาหมอซึมเศร้า สังเกตสิว่าหมอไม่เคยใช้คำพวกนี้เลย แต่ใช้วิธีให้เราเห็นค่าตัวเอง แทนที่จะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น (downward comparison)


2) มันไม่ได้เจ็บแค่ทางใจ แต่เจ็บทางกายด้วย
- มันไม่ได้เป็นแค่ความเจ็บปวดทางใจ หลายครั้งมากที่มันส่งผลมาถึงทางกายด้วย ปวดกล้ามเนื้อเอย ปวดท้องเอย หายใจไม่ออกเอย


3) ไม่อยากขอความช่วยเหลือคนอื่น
- ความเชื่อของคนเป็นโรคซึมเศร้าคือไม่มีใครต้องการเรา ส่งผลให้เค้าไม่อยากไปขอความช่วยเหลือคนอื่น เพราะกลัวจะไปทำให้เค้ารำคาญ หากคุณเป็นโรคซึมเศร้าและคิดอย่างงี้อยู่ จงฝ่ามันไปให้ได้แล้วไปขอความช่วยเหลือซะ! คุณต้องการความช่วยเหลือ ด่วนด้วย


4) พฤติกรรมการกินจะผิดเพี้ยนไป
- บางคนก็จะกินเยอะเกินไป บางคนก็จะกินน้อยเกินไปจนถึงขั้นไม่กินเลย ทุกอย่างดูผิดเพี้ยนไปหมด ส่งผลให้คนเป็นโรคซึมเศร้าร่างกายจะเปลี่ยนไปด้วย


5) เพื่อนบางคนอาจจะทิ้งคุณไป (ซึ่งก็ดีนะ)
- เพื่อนบางคนอาจจะทนไม่ไหวและออกไปจากชีวิต ซึ่งเราจะได้รู้ว่าเพื่อนตายเป็นใครก็ตอนนี้เอง ไม่ต้องสนใจคนที่ทิ้งเราไป สนใจแค่คนที่เหลืออยู่ เพราะคนเหล่านั้นต่างหากที่จะช่วยให้เราหายได้


6) คุณอาจจะรู้สึกเสียสติโดยสมบูรณ์
- โรคซึมเศร้าจะทำให้การทำงานของสมองผิดเพี้ยนไป ทุกการกระทำจะดูเหมือนคนบ้า เข้าสังคมไม่ได้ ความคิดแปลกๆ ตื่นกลัว หดหู่ แต่ขอให้จงจำไว้ว่าคุณไม่ได้บ้า คุณแค่ไม่สบาย และมันรักษาได้


7) ทุกอย่างจะทำให้คุณรำคาญ รวมถึงตัวคุณเองด้วย
- เวลาไม่ได้รับการสนใจจากคนรอบข้างอย่างเพียงพอ บางคนอาจจะมีอาการหงุดหงิดได้


8) ทุกอย่างในชีวิตประจำวันดูผิดพลาดไปหมด
- สิ่งง่ายๆที่เคยทำได้ดี ตอนนี้กลับยากมาก (เช่นตื่นไปเรียน/ทำงานในเวลาเดิมปรกติ แทบไม่ไหว)


9) การแยกความคิดจริงๆกับความคิดแง่ลบของการซึมเศร้าเป็นเรื่องยากสุดๆ
- เวลาพูดอะไรออกมา มันยากที่จะแยกเนื้อหาจริงๆกับสิ่งที่พูดเพราะซึมเศร้า(ซึ่งมักจะเป็นเรื่องแย่ๆแง่ลบ)ได้ ต้องพยายามแยกแยะออกให้ได้ จะช่วยรักษาได้ดีมาก


10) พฤติกรรมการนอนเละไม่เป็นท่า
- เริ่มนอนไม่หลับบ้างหรือนอนไม่พอบ้าง ไม่ก็ย้ายเวลานอนไปตอนกลางวันไรงี้ เพี้ยนพอๆกับพฤติกรรมการกินเลย


11) ซึมเศร้าอาจหมายถึงไร้ความรู้สึกนึกคิดโดยสมบูรณ์ก็ได้
- ซึมเศร้าอาจจะไม่ได้จำกัดแค่ความเศร้า แต่ความด้านชาทางความรู้สึกก็ถือเป็นอาการซึมเศร้าเหมือนกัน ประมาณว่าไม่รู้สึกอะไรเลย ทุกคำพูดที่คนพูดออกมา คุณก็ยังซึมเศร้าเหมือนเดิม หากมีอาการนี้ บอกหมอด้วย


12) มันน่าเบื่อมาก
- ล่องลอย ไม่สนใจกับอะไรเลย จมอยู่แต่กับตัวเอง เวลาผ่านไปช้ามาก เป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อมาก


13) รู้สึกผิดตลอดเวลา
- สิ่งร้ายแรงอันดับต้นๆของโรคซึมเศร้าคือ ความรู้สึกผิด (Guilty) คุณรู้สึกโง่ คุณรู้สึกเลว คุณรู้สึกไร้ค่า คุณรู้สึกเป็นตัวถ่วง และสุดท้ายความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้ฆ่าตัวตายได้ในที่สุด


14) ซึ่งก็อาจจะเพราะคำพูดของคนรอบข้าง
- ทำไมถึงรู้สึกผิดตลอดเวลา? ส่วนหนึ่งก็จะมาจากคำพูดของคนรอบข้าง อย่างที่บอกไว้ในข้อแรก "คนอื่นเจอปัญหาหนักกว่านี้อีก ทำไมสู้ได้ ทำไมแกสู้ไม่ได้?" นั่นแหละ เป็นการกระตุ้นความรู้สึกผิดในใจจนส่งผลให้กระทำเรื่องเลวร้ายได้ดีนักแล


15) ฝันประหลาด
- ความฝันจะแปลกๆ ในเนื้อหา


16) กระจกกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ
- คนเป็นโรคซึมเศร้ามักจะมองเห็นตัวเองไร้ค่า พอส่องกระจกก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่


17) โรคซึมเศร้าเหมือนการสร้างโลกจากมุมมองที่บิดเบือน(ไปในทางที่แย่)แล้วเข้าไปอยู่ในนั้น
- มีคนเคยบอกว่าโลกนี้มันมีเป็นพันล้านใบซ้อนอยู่บนโลกใบเดียวกัน เพราะ ทุกคนมีโลกของตัวเองอันเกิดจากประสบการณ์และความคิดของตน และคนเป็นโรคซึมเศร้าจะสร้างโลกที่มีลอจิคที่ผิดเพี้ยน สร้าง Fact ที่ไม่จริงเช่นตัวเองอยู่คนเดียว ตัวเองไร้ค่า (แต่ถือว่าจริงในโลกของเค้า) และก็ย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น การบำบัดจึงมีความจำเป็นในการทำลาย Fact อันบิดเบือนเหล่านั้นทิ้งและดึงเค้ากลับสู่โลกปกติ


18) เห็นตัวเองไร้ค่าไม่ว่าจะมีคนมาชมว่าดีว่าเก่งยังไงก็ตาม
- ไม่ว่าจะมีใครชมอะไรคุณ คุณก็จะเครียดและบอกว่าตัวเองไม่ได้มีดีอะไรเลย ตัวเองเลว ตัวเองไร้ค่า ไม่ต้องมาสนใจ


19) การกลับเข้าสู่สังคมหลังจากซึมเศร้าเป็นเวลานานเป็นเรื่องที่ยากและน่าอึดอัด
- อึดอัดจริงอะไรจริง 555 ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ การกลับเข้าสังคมก็จะเป็นเรื่องที่คิดแล้วขนลุกซู่มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็ต้องทำให้ได้ เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา


20) มองอนาคตของตัวเองไม่ออก
- คนปกติก็จะวาดฝันวางแผนไว้ว่าอนาคตเราจะทำอย่างโง้นอย่างงี้ แต่สำหรับคนกลุ่มนี้ จะมองอนาคตตัวเองไม่ออก ติดอยู่กับตัวเอง จมอยู่กับเวลา ผลเสียที่เกิดขึ้นคือความรู้สึกสิ้นหวังจะประดังเข้ามาและรู้สึกว่ายังไงก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นและจมกับมันต่อไปต่อไปต่อไป ไปบำบัดซะ!


21) โรคซึมเศร้าทำให้คุณรู้สึกว่าคุณอยู่ลำพัง ทั้งๆที่จริงๆแล้วไม่ใช่
- โลกนี้ไม่มีใครอยู่ลำพังหรอก แต่โรคนี้ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณอยู่ลำพัง จงเข้าใจว่ามันไม่จริงและสู้กับมันให้ได้