"ก็แค่บันได"
เมื่อวานผมเห็นเพื่อนผม
กำลังนั่งดูเทปย้อนหลัง
"ไข่มุก The voice"
"เล่าถึงเส้นทางก่อนมาถึงวันนี้"
ก็ทำให้ผม
นึกถึงคำของอาจารย์ท่านหนึ่ง
เขาเคยพูดไว้เมื่อ7ปีที่แล้วว่า....
"การแข่งขันครั้งเดียว
ไม่สามารถตัดสินอนาคตเราได้"
ถ้าวันนี้เธอไม่ชนะ...
ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเอาดีด้านนี้ไม่ได้นะ
"เธอแค่พลาดบันไดเล็กๆอันนี้เท่านั้น"
มันยังมีบันไดอันอื่น
ให้เราขึ้นไปสู่ความสำเร็จอีกมาก
ผมฟังเขาพูดวันนั้น
ผมรู้ว่า....
มันไม่ได้ใช้ได้แค่งานประกวดนะ
แต่...
"มันหมายถึงชีวิต"
หลายคนอยากเป็นศิลปิน นักร้อง ดีเจ
ตั้งเป้าไว้ยิ่งใหญ่
แต่ตกรอบเวทีเดียวเลิกไม่เดินต่อ
ผลคือไม่สำเร็จ
หลายคนสมัครเรียนไม่ผ่าน
สมัครงานไม่ได้
ท้อเลิก
ไม่พยามต่อ
หลายคนเป็นนักขาย
แต่ขายไม่ได้แค่ไม่กี่ครั้ง
ตัดสินใจเลิก
ทิ้งเป้าหมายไป
สมัยผมเริ่มขายรถยนต์
ตั้งเป้าจะเป็นTop sale
ที่มีรายได้1ล้านบาทให้ได้
ตั้งแต่ปีแรกที่ทำงาน
ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบอายุ21ย่าง22
ผมตั้งใหญ่เพราะมีวิกฤติปัญหา
เรื่องการเงินครอบครัว
ต้องการจะกู้สถานการณ์ที่บ้านให้ได้
มีนักขายที่เข้ามาพร้อมผม
เกิน70%เลิกไป
เพราะขายไม่ได้ในตอนแรก
เช่นเดียวกับผม
ในช่วงเดือนแรกๆ
ผมเริ่มขาย
20เคสแรกผมขายไม่ได้เลย
จริงๆผมเองก็อยากจะเลิก
ตั้งแต่เคสแรกตามเขาไป
แต่เพราะคำของอาจารย์ท่านนั้น
ที่บอกว่า
แค่เวทีเดียว
ไม่สามารถตัดสินอนาคตเราได้
ทุกครั้งที่พลาด
ผมก็คิดว่า....
เช่นกัน
แค่ลูกค้าคนเดียว
ไม่สามารถตัดสินอนาคตเราได้หรอก
มันเป็นแค่บันไดเล็กๆให้ก้าวไป
ถ้าพลาด
มันยังมีบันได
อันอื่นรอเสมอ
ผมก็เลยเดินหน้าต่อไป
จนเริ่มขายได้
บันไดไหนปิด
ผมก็หาบันไดอื่นต่อ
ผมรู้ว่าทุกบันไดไม่ได้สร้างมาเพื่อผม
ผมเลยหาบันไดขึ้นให้มากที่สุด
ผมเข้าหาลูกค้ามากกว่าใคร
และนั่นทำให้ผมปีนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ภายใน4เดือน
ผมมีรายได้100,000
และภายในปีแรกที่ทำงาน
ผมมีรายได้1ล้านบาทตามเป้าที่ตั้งไว้
หลายคนบอกผมโชคดี ดวงดี
มีพรสวรรค์ในการเป็นนักขาย
ผมรู้ดีว่าไม่ใช่ดวงแน่นอน
เพราะผมตั้งไว้แน่นอนว่าจะเอามัน
แต่เรื่องโชคดีผมไม่ปฏิเสธ
เพราะ....
ผมเป็นคนสร้างโชคมันขึ้นมาเอง
ด้วยการหาบันไดปีนให้มากที่สุด
วิ่งเข้าหาโอกาสมากที่สุด
ทำมากกว่าคนอื่น
และผมก็ใช้หลักการ"บันได"นี้
เตือนใจเรื่อยมา
ในทุกๆเป้าหมาย
จนถึงปัจจุบัน
แล้ววันนึง
ผมก็เห็นน้องผู้หญิงคนนึงในทีวี
ในรายการThe Voice
"ไข่มุก"
เรื่องเสียงคงไม่ต้องพูดถึง
น้องเขาพิสูจน์ตัวเองได้ยอดเยี่ยม
ผมได้ยินคนชมน้องเขาว่า
เขาเก่ง เขาโชคดี
ผมเห็นด้วยว่าโชคดีเพราะ
ผมไปนั่งดูYou tube ย้อนหลัง
นอกจากคลิปThe voice
ผมยังเห็นคลิปเก่าๆที่น้องเค้า
ร้องCover ตั้งแต่ยังไม่มีชื่อเสียง
หลายคลิป
และ....
ผมได้ดูคลิปข่าวที่น้องสัมภาษณ์
เขาพูดว่า
"หนูประกวดไปเรื่อยๆหลายเวที"
"เวทีมหาลัย
เวทีอะไรก็เอาหมด
เคยออกมาสเตอคีย์
3ครั้ง
แต่ก็ตกรอบหมด"
"นู๋อัดคลิปCover ลง Youtubeหลายครั้ง"
"หนูเคยมาออดิชั่นThe voiceแล้วเคย ตกรอบมาแล้วตอนปี2
หนูยังไม่เก่ง
ก็ฝึกมาเรื่อยๆจนปี4"
"หนูก็กลับมาอีกครั้ง
ก็ดีใจที่มีวันนี้ค่ะ"
"ผมชัวส์ว่าน้องเค้าโชคดี
ไม่ใช่เพราะโชคดวงไระสาระอะไรพวกนั้น"
"แต่น้องเขาโชคดีเพราะ
น้องเค้าสร้างโชคขึ้นมาเอง
ด้วยการวิ่งเข้าหาโอกาส
รวมถึงสร้างโอกาสขึ้นมาเอง
และ....ลงมือทำจริง"
ไม่ใช่มาประกวดครั้งแรก
แล้วมาถึงตรงนี้เลย
แต่น้องเขาทำมาเยอะมากพอ
และไม่ล้มเลิก
เลยมีวันนี้
เพราะ.....
"เขา....สร้างโชคให้ตัวเขาเอง"
"และไม่ยอมแพ้"
"เมื่อบันไดนี้ปีนไม่ถึง"
"ก็หาบันไดอื่นขึ้นต่อทันที"
"จนถึงวันนี้ผู้คนรู้จักน้องทั่วประเทศ"
ผมนึกคำของอาจารย์ท่านนั้น
ขึ้นมาอีกครั้ง
อย่าให้การแข่งขันครั้งเดียวที่แพ้
มาตัดสินอนาคตเรา
มันเป็นแค่บันไดอันนึง
"ยังมีบันไดอันอื่นให้เราขึ้น
ไปสู่ความสำเร็จอีกมาก"
"หาบันไดอันใหม่ขึ้นต่อทันที"
A10(เอเท็น)
Prince of sales
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น