กระแส EBook ในประเทศกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกวัน หลายคนเริ่มต้นเขียน EBook ขายสร้างรายได้ 6-7หลัก ได้แบบสบายๆ อีกหลายคนอยากที่จะเริ่มต้นแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะเขียนดีไหม มีหลากหลายความคิดเห็นที่แสดงทัศนะต่อเรื่องนี้
ผมเองคิดว่า EBook นั้นคือความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอนาคตอันใกล้กับวงการหนังสือของบ้านเรา มีความต้องการข้อมูลบางอย่างที่สามารถนำไปใช้งานได้เลยมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหนังสือมีต้นทุนการผลิตที่สูง ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน เรื่องที่เฉพาะด้านมากๆ มักไม่ได้รับความสนใจจะตีพิมพ์เพื่อออกจำหน่ายด้วยเงื่อนไขทางการตลาด
EBook ได้ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นการเผยแพร่เนื้อหาด้วยเงื่อนไขที่หนังสือไม่สามารถทำได้ลงอย่างสิ้นเชิง ต้นทุนของการเผยแพร่และจัดจำหน่ายต่ำลง อีบุ๊กสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่ต้องการข้อมูลนั้นจริงๆ ข้อมูลที่จำเป็นและสามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยที่ประยุกต์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ยุคของข้อมูลข่าวสาร ความรวดเร็วของการเข้าถึงองค์ความรู้เฉพาะด้านต่างๆมีมากขึ้นทุกวัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล เพราะใช้พื้นที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือเล่ม ต้นทุนในการผลิตที่ต่ำลง อุปกรณ์ที่สามารอ่าน EBook ได้ง่ายมากขึ้น สามารถอ่านหรือเข้าถึงข้อมูลนั้นๆได้ทุกที นั้นคือความเปลี่ยนแปลง ให้ผู้คนได้มีทางเลือกมากขึ้น อีกทางหนึ่ง
คนที่ต้องการข้อมูลเฉพาะด้านที่หนังสือเล่มไม่สามารถตอบสนองได้ และคนที่ต้องการที่จะเผยแพร่เนื้อหาที่สำนักพิมพ์ไม่อยากจะพิมพ์เพราะกลัวจะขายไม่ออก
สำหรับคนที่ยังลังเล และมีข้ออ้างในการเริ่มต้นเขียน หรือสร้าง EBook ขึ้นมาซักเล่มนั้น ก็ยังจะมีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ความรู้และประสบการณ์ของผม กลายเป็น Information Product ที่มีคนต้องการ มีคนยอมเสียเงินซื้อ และแน่นอนสร้างรายได้ที่ดี ผมจะแชร์สิ่งที่ผมให้คุณได้รับทราบ และนำไปใช้งาน สร้าง EBook ได้จริงๆ
เขียน EBook ขาย ทำได้จริงเหรอ?
หากจะหาหลักฐานหรือข้อมูลมาอ้างอิงว่า EBook ในประเทศไทยสามารถทำได้ และมีรายได้จริงๆนั้น ผมก็คงไม่สามารถขนาดนั้น แต่ผลงานจาก EBook เล่มก่อนของผมน่าจะพอพิสูจน์อะไรบางอย่างได้ว่า ผมสามารถปลุกกระแสการทำเงินจาก Affiliate ไทย ให้แพร่หลายได้ในระดับหนึ่ง หลังจากที่คนไทยทำเงินออนไลน์จาก Affiliate ต่างประเทศมาโดยตลอด เมื่อมี Affiliate ไทย เกิดขึ้น ผมก็แค่เริ่มต้นลองทำเงินกับมันดูว่าจะสามารถทำได้จริงหรือเปล่า เมื่อทำแล้วมันทำได้จริงผมได้เขียนเป็นบทความหลายๆบทความ [รวมเว็บไซต์ทำเงินออนไลน์จาก Affiliate ไทย] รวมทั้งผลิต EBook ออกมาขายด้วย ทำเงินออนไลน์ได้จริงจาก Affiliate ไทย
ผู้คนต้องการข้อมูลมากกว่าที่เราคาดคิด และข้อมูลที่อยู่ในลักษณะของ EBook ก็มีความต้องการมากเช่นเดียวกัน การสร้างหรือโปรโมทเพื่อขาย EBook นั้น ทำได้ไม่ยาก ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ผมเขียนออกมาในบทความนี้ เพื่อให้คุณมีแนวคิดที่สามารถสร้างดึงออกมาใช้ในการสร้าง หรือเขียน EBook เพื่อเผยแพร่แนวคิด วิธีการ หรือเพื่อทำเงินจากมันได้ทั้งนั้น ผมเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมพอที่จะแบ่งปันสู่คุณผู้อ่านได้อย่างดี และเชื่อว่าหากคุณอ่านจบแล้วจะสามารถนำแนวคิดและวิธีการไปเขียน และสร้าง EBook ซักเล่มออกมาได้ และขายได้จริงๆ
เขียน EBook เรื่องอะไรดี
เหมือนหลายท่านยังมีความกังวลว่าคุณสามารถเขียน หรือสร้าง EBook ได้จริงๆเหรอ เราไม่มีความความรู้อะไรเลย ทำงานประจำ มีชีวิตที่แสนจะธรรมดา ไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้น หรือโลดโผนแต่อย่างได้เลย วันๆก็ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นเลิกงานกลับบ้าน เสาร์-อาทิตย์อยู่บ้าน นอน ไม่มีเรื่องที่สามารถนำมาเขียน EBook ได้เลย
จริงๆแล้ว…. ผมจะบอกว่าที่คุณคิดนั้นมันก็ไม่ถูกต้องเสมอทั้งหมด ผมเองก็รู้จักหลายๆท่านที่ทำงานประจำ มีชีวิตที่แสนจะธรรมดา เป็นพนักงานบริษัทฯเหมือนคุณ นั่นแหละ แต่เขาเขียน EBook มาแล้วหลายเล่ม สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income นอกเหนือจากงานประจำด้วยซ้ำไป ที่ผมจะบอกคือสุดยอดไอดอล Business Blogger จากเว็บไซต์ Theceoblogger.com คุณพอล ที่ปัจจุบันก็ยังเป็นพนักงานประจำของบริษัทฯแห่งหนึ่ง และยังมีผลงาน EBook ออกมาจำหน่ายแล้วหลายเล่ม นั่นคือตัวอย่างจากคนที่ธรรมดาก็สามารถเขียน EBook ขายได้ และมีอีกหลายๆท่านที่เป็นเหมือนๆกันกับคุณนั่นแหละ
สิ่งที่ Blogger เหล่านี้มีเหมือนกันคือ “การตัดสินใจ” ที่จะลงมือทำ แทนที่จะมานั่งวิเคราะห์ข้อมูล โน่น นั่น นี่ แล้วมองทุกอย่างว่าคือปัญหา ไม่สามารถเริ่มทำอะไรได้ซักอย่าง พวกเขาคิดว่าข้อมูลที่นำเสนอใน EBook นี้มีคุณค่า เมื่อคนซื้อไปอ่านแล้วนำไปใช้งานได้จริงๆ แม้จะรู้สึกหวั่นอยู่บ้างในใจลึกๆว่าจะมีคนซื้อ EBook ของพวกเขาหรือเปล่าก็ตาม แต่การตัดสินใจที่จะลงมือทำ นำพาพนักงานเงินเดือนธรรมดาหลายๆคนให้สามารถสร้างรายได้นอกงานประจำได้ และเนื้อหาใน EBook ยังช่วยเหลือผู้คนมากมายด้วย
Information Product มีอยู่ในตัวคุณ
EBook คือ Information Product อย่างหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศอย่างมาก เพราะข้อมูล คือสิ่งที่สร้างมูลค่าให้กับ EBook เล่มนั้น หากเป็นข้อมูลที่เฉพาะด้านมากๆ มีผู้คนต้องการอยากรู้เรื่องนั้นๆมาก สร้างผลตอบแทน หรือนำไปใช้งานได้จริงมากเท่าไหร่ มูลค่าหรือราคาของ EBook ก็แพงมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่ผมแนะนำให้คุณเขียนหรือสร้างเนื้อหาคือ “Information Product” ที่ทุกคนล้วนมีทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม มันอยู่ในตัวคุณทุกๆคน สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ หาให้เจอว่าคืออะไร นำมันออกมาเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย เขียนมันออกมาเป็นตัวหนังสือ และข้อมูลที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และนำไปใช้งานได้ทันที แล้วหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ “Information Product” ของคุณ ทั้งหมด ทำได้บนโลกออนไลน์
ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานั้น มันอยู่ในตัวคุณ แค่คุณดึงมันออกมาเท่านั้นเอง ผมแทบจะไม่ต้องบอกคุณเลยว่ามันคืออะไร และกลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร หน้าที่ของผมคือบอกคุณว่าจะเรียบเรียงเนื้อหานั้นอย่างไร กลุ่มเป้าหมายที่คุณบอกมานั้น ผมจะแนะนำวิธีการเข้าถึงกลุ่มคนพวกนั้น หรือทั้งที่จริงแล้ว คุณก็รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน…
คำถามต่อมาก็คือ แล้ว “Information Product” ที่ว่ามันคืออะไร?
มันสิ่งข้อมูลที่สำคัญ จำเป็น สามารนำไปใช้งานได้ทันที แก้ปัญหาเรื่องใด เรื่องหนึ่ง ช่วยให้คนอ่านสามารถทำ สร้าง หรือประยุกต์ใช้งานได้ และเป็นข้อมูลเฉพาะด้าน
ทำไมผมจึงเน้นมาว่าต้องเป็นข้อมูลเฉพาะด้าน ก็เพราะว่าข้อมูลที่เป็นเรื่องเฉพาะด้าน มีคนต้องการอยากรู้อยู่ในจำนวนไม่มาก และพวกเขาต้องการข้อมูลนั้นๆจริง เพื่อนำไปประกอบอาชีพ แก้ปัญหา หรือสร้างอะไรซักอย่าง จากวิธีการใน EBook ของคุณที่ได้แนะนำไว้ หากคุณเขียนเรื่องธรรมดาทั่วไป กลุ่มเป้าหมายคุณจะกว้างเกินไป ดังนั้นผมแนะนำให้คุณเขียนเรื่องที่คุณมีความรู้ มีความหลงใหล คลั่งไคล้ และอยู่กับมันเกือบตลอดเวลา นั้นคือ Information Product ที่มีอยู่แล้วในตัวคุณ
ผมไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า คุณมีความรู้อะไร สิ่งไหนที่คุณสามารถตอบข้อสงสัยของเพื่อนโดยที่ไม่ต้องตรึกตรองแม้แต่วินาทีเดียว คุณตอบออกมาได้ทันที และสามารยกเหตุผล ที่มาที่ไป ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องออกมาอธิบายเป็นฉากเป็นตอนได้อย่างดี และแทบจะหยุดพูดเรื่องนั้นไม่ได้ หรือให้พูดเรื่องนั้นทั้งวันก็ยังได้ นั่นคือสิ่งที่คุณมีอยู่ แค่คุณต้องดึงมันออกมาเท่านั้นเอง
ข้อมูลที่ผู้คนต้องการ
เรื่องที่ผู้คนต้องการคือเรื่องพื้นฐาน เรื่องทั่วไปที่ผู้คนมักมีปัญหา และคุณมีวิธีในการแก้ปัญหาได้จริง ด้วยขั้นตอนและวิธีของคุณ นี่ก็สามารนำมาเขียนหรือสร้างเป็น EBook ได้ เรื่องที่คุณมีความรู้หรือเรื่องที่ผู้คนต้องการอาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการมีข้อมูลที่ผู้คนมากมายต้องการที่จะรู้ ยอมเสียเงินเพื่อได้รับรู้ และนำข้อมูลไปใช้งานได้ทันที
เรื่องที่ผู้คนต้องการรู้ และถือว่าเป็น Information Product ในรูปแบบ EBook ที่ขายดี ก็อย่างเช่น เรื่องวิธีทำเงิน เรื่องความรัก เรื่องสุขภาพ เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้ผู้คนต้องการที่จะรู้ และมีแนวโน้มที่ขายได้มากสำหรับ EBook
- ผู้คนต้องการทำเงิน หากคุณทำเงินได้จากวิธีการใด คุณก็สามารถ่ายทอดประสบการณ์ของคุณออกมาเป็น EBook เพื่อแนะนำวิธีทำเงินในรูปแบบต่างที่คุณเคยทำมา เพราะทุกคนต้องการทำเงิน ต้องการมีรายได้มากขึ้น แนวคิดและวิธีการสามารถนำมาเขียนเป็น EBook ได้
- ผู้คนต้องการความรัก มีใครบ้างที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรักบ้าง เรามีความสัมพันธ์กับคนอื่น อาจจะมีปัญหาและอุปสรรคสำหรับบางคน หากคุณแนะนำการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น เพื่อน แฟน คนในครอบครัว เรื่องราวเหล่านี้ช่วยให้คนสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองที่ประสบปัญหาในเรื่องความรัก หรือความสัมพันธ์ได้ เขาจะยอมจ่ายเพื่อได้วิธีการมาใช้
- ผู้คนต้องการมีสุขภาพดี การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน และเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนต้องการจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายที่พร้อมใช้งาน เพื่อภารกิจต่างๆในชีวิต เพราะหากคุณเจ็บป่วยการจะทำอะไรซักอย่างนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาพ บำรุงสุขภาพ ทำอย่างไรให้สุขภาพดี หรือหากเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆจะทำอย่างไรให้หายขาด หรือมีอาการเจ็บป่วยน้อยลง เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์ หรือบุคลากรเกี่ยวกับการแพทย์ก็สามารถเขียนคู่มือการดูสุขภาพได้ ขอแค่ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่มาจาการลงมือทำตัวคุณเอง และมันได้ผล เช่น วิธีการลดน้ำหนักโดยใช้สมุนไพรไทย เป็นต้น ยิ่งเป็นหมอหรือบุคคลากรทางการแพทย์ยิ่งต้องออกมาเขียนให้ความรู้ประชาขนในเรื่องสุขภาพ (เผอิญผมมีเพื่อนเป็นเภสัชกร และเขียน EBook ด้วย จากเว็บ healthy24hrs.con )
นั่นคือเรื่องราวที่สามารนำมาถ่ายทอดเป็น EBook ได้ โดยการเรียบเรียง เปรียบเทียบ หรือมีกรณีศึกษาที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างใน EBook ด้วยก็จะยิ่งดี แต่ใจความของ EBook ก็คือ ต้องมีคุณค่า สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นเขียน EBook แนะนำให้ดึงความรู้ ในตัวคุณเองออกมาให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อถ่ายทอดให้คนที่ต้องการข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ
เขียน EBook ยังไง
ขั้นตอนการเขียน EBook นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณมีความรู้เรื่องอะไรมากที่คุณ สิ่งที่คุณต้องการต่อมาคือการเริ่มต้นเขียน และผมบอกเลยว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักเขียนมืออาชีพที่มีสำบัดสำนวนที่กินใจ การใช้ถ้อยคำที่เรียงร้อยหรูหรา อ่านแล้วเคลิ้ม ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่คุณต้องมีในการเริ่มต้นเขียน EBook นั้น ผมจะแนะนำดังนี้
เตรียมเนื้อหา
เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณมีความรู้เรื่องอะไร เก่งเรื่องไหน คลั่งไคล้ และทำสิ่งไหนมากที่สุดในชีวิตของคุณ ขั้นตอนนี้คือการสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาให้ออกมาอยู่ในรูปแบบ EBook ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย แยกเป็นหัวข้อ ว่าสิ่งที่คุณรู้นั้นคุณต้องการที่จะถ่ายทอดอะไรออกมาบ้างในเนื้อหา รูปแบบการจัดเรียงเนื้อหานั้นคุณใช้หลักการง่ายๆ
- อะไร เนื้อหาคุณคืออะไร
- เพื่อใคร เนื้อหาของคุณสำหรับใคร
- ทำอย่างไร แล้ววิธีการทำ แก้ปัญหา ทำอย่างไร
เมื่อรู้แล้ว EBook ของคุณต้องการที่จะสื่อสารอะไรออกไป สำหรับใคร แล้วสิ่งนั้นทำอย่างไร มีวิธีการ ขั้นตอนเรียงลำดับ 1 2 3 อย่างไรบ้าง และต้องใช้อะไรบ้างในการทำก็เขียนลงไปให้หมด คุณสามารถสร้างสารบัญง่ายๆ โดยการสร้างรายการขึ้นมาได้ทันที ว่าหัวข้อหลักที่คุณต้องการเขียนมีเรื่องอะไรบ้าง
หลังจากที่ได้หัวข้อหลักแล้ว คุณก็ทำการแยกหัวข้อหลักออกจากัน และใส่หัวข้อย่อยเข้าไป เช่น ในหัวข้อ “ทำอย่างไร” ก็แยกออกมาอีกทีว่าวิธีการทำมีกี่วิธี (กรณีมีหลายวิธี) แล้วแต่ละวิธีทำอย่างไรบ้าง โดยยังไม่ต้องเขียนอะไรลงไป แค่ตั้งชื่อหัวข้อย่อยนั้นออกมา และกำหนดแนวเนื้อหาที่คุณจะเขียนเอาไว้คร่าวๆ
ทั้งหมดของคุณอาจจะมีแค่ 5หัวข้อหลัก และแต่หลักข้อหลักมี 5หัวข้อย่อย ซึ่ง ใจความสำคัญและเนื้อหาทั้งหมดก็จะอยู่ที่หัวข้อย่อยนี่แหละ อาจจะเปรียบกลายๆได้ว่า หัวข้อย่อยคือชื่อบทความในเว็บไซต์ หัวข้อหลัก คือหมวดหมู่บทความในเว็บไซต์ ชื่อเว็บไซต์คือชื่อ EBook นั้นเอง
เรียกขั้นตอนการเตรียมเนื้อหาตรงนี้แยกแยะข้อมูลต่างๆ บทความ ให้เป็นหมวดหมู และเรียงลำดับข้อมูลต่างๆก่อนหลังนั้นเอง 5หัวข้อหลัก 25หัวข้อย่อย นั่นเอง และแต่ละหัวข้อย่อยที่พูดถึงนั้น แค่เขียนกำกับเอาไว้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไร โดยที่ยังไม่ต้องลงมือเขียน
จัดรูปเล่ม EBook ของคุณ
”คนต้องการเนื้อหา ไม่ใช่รูปเล่มที่สวยงาม แต่หาสาระไม่ได้….”
ที่จริงแล้ว ถ้าได้เนื้อหาสาระที่ดี แล้วรูปเล่มสวยงามด้วยก็จะยิ่งดีมากเลย ทั้งที่จริงแล้วคนที่เขียน EBook หรือหลายคนที่คิดจะเริ่มต้นเขียน มักมีความกังวลว่าจะจัดหน้า หรือจะจัดรูปแบบอย่างไรให้สวยงาม หรือเป็นรูปเล่มสวยๆเหมือนหนังสือบนแผงที่วางขายโดยทั่วไป ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่ทำ EBook ออกมาหลายเล่ม หรือซื้อมาอ่านก็หลายเล่มแล้ว บอกได้เลยว่า รูปเล่มของ EBook นั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนหนังสือ หรือสวยงามเทียบเท่าหรอกครับ คนที่ซื้อไป เขาต้องการเนื้อหา ถ้าเนื้อหาดี รูปเล่มเรียบง่าย เป็นระเบียบ สะอาดตา อ่านง่าย เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ตัวอย่างการจัดหน้า eBook ของผมบน MS Words ธรรมดาๆ ไม่ต้องมีโปรแกรมเสริมใดๆเลยครับ เริ่มต้นการจัดหน้า
ขนาดกระดาษสำหรับ eBook – สำหรับ EBook คุณใช้ขนาดกระดาษ A4 ก็ได้ ไม่ผิดนะครับ แต่ถ้าจะให้เหมาะสมและเป็นขนาดสำหรับ EBook ที่นิยมใช้กันทั่วไปก็คือขนาด A5 เป็นขนาดที่พอดี ปกติหนังสือ Pocket Book ก็ใช้ขนาด A5 นี่แหละครับ กำลัง หยิบจับ ง่าย พกพาสะดวก สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้ทุกที ทุกเวลาที่ต้องการ ระยะขอบกระดาษก็ใช้เลือกแบบ “ปานกลาง” ครับ ดูแล้ว สวยงามเป็นระบบ ไม่แคบหรือห่างจนเกินไปนัก ไม่ต้องเผื่อระยะเย็บปก
ตัวอักษรสำหรับ eBook การใช้ตัวอักษรสำหรับ EBook นั้น ควรเป็นตัวอักษรที่อ่านได้ง่าย บาง มีการจัดเรียงที่เป็นแนวเดียว ไม่ควรเป็นแบบอักษรที่หวัดเกินไป หรือมีลวดลายเป็นส่วนประกอบ เพราะจะทำให้อ่านยาก และลายตา อย่าลืมว่า EBook มีตัวอักษรเป็นส่วนประกอบมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ (ยกเว้นหนังสือภาพ หรือนิทาน) แบบอักษรที่แนะนำให้ใช่สำหรับภาษาไทย ก็คือ Cordia New และ AngsanaUPC ส่วนเรื่องของขนาดให้ใช้เล็กสุกที่ 16pt. ไม่ควรเล็กกว่านี้ เพราะจะทำอ่านยาก ต้องเพ่งตัวหนังสือ เพื่ออ่าน ทำให้ปวดตา และใช้เวลาอ่านได้น้อยลง สำหรับอักษรปกติ หัวเรื่องอาจจะมีแบบอักษรที่แตกต่างไปได้ เพื่อความโดดเด่น ขนาดหัวข้อและหัวข้อย่อยควรใช้ขนาด 24pt และ 20pt ตามลำดับ เพื่อแยกส่วนหัวข้อกับเนื้อหาออกจากกันอย่างชัดเจน
บางท่านอ่านแล้วสงสัยว่าทำไมต้องจัดหน้าแบบนี้ด้วย ไม่เข้าหลักการจัดหน้ากระดาษมาตรฐานเอาเสียเลย ต้องบอก่อนว่า หลักการจัดหน้าของผมนั้นมาจากประสบการณ์ที่เมื่อกลายเป็นไฟล์ .pdf แล้ว หน้ากระดาษ ขนาด A5 นั้น สามารอ่านได้พอดีกับขนาดของแท็ปเลตหลายๆรุ่นโดยไม่ต้องขยายหน้าจอเพื่อเพิ่มขนาดตัวอักษร เพราะมีขนาดที่พอดี อ่านสบาย ไม่ต้องเพ่งมากนัก ผมลองเอา EBook ของผมเปิดในอุปกรณ์หลายแบบดู และได้รูปแบบที่ผมใช้ในปัจจุบันนี้
แต่ใจความสำคัญของการจัดหน้าคือ ต้องเป็นระเบียบ เรียบร้อย อ่านง่าย และสบายตา คุณอาจจะจัดหน้าให้เข้าลักษณะ หรือความชอบส่วนตัวของคุณก็ได้นะครับ อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ให้ดูแล้วเรียบร้อย สวยงาม เป็นระเบียบและอ่านง่ายก็พอครับ ส่วนเรื่องภาพกราฟริกนั้น ควรใส่หรือไม่ใส่นั้น แล้วแต่คุณเลยครับ แต่อย่าลืมว่าบางครั้ง ใส่ภาพกราฟริกมากไปก็ทำให้รบกวนสายตามากกว่าที่จะดึงดูดให้น่าสนใจ
เริ่มต้นเขียน
หลังจากที่ผ่านขั้นตอนต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเขียน หลังจากที่คุณได้ทำรายการหัวข้อย่อยที่ต้องเขียนแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ วิธีการเขียน และการแบ่งเวลาสำหรับการเขียน ซึ่งเกี่ยวข้องกันโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรแบ่งเวลาสำหรับการเขียน EBook ในแต่ละเล่มออกอย่างชัดเจน กำหนดวันเริ่มต้น และวันเสร็จให้เรียบร้อย และทำตามแผนที่คุณวางเอาไว้ให้ได้
ลักษณะการวางแผน อาจจะแบ่งว่า 1วันใช้เวลาเขียนตอนไหน กี่ชั่วโมง และเขียนเรื่องอะไร และทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่ยังทำงานประจำอยู่การเขียน EBook ต้องแบ่งเวลาให้ดี บางท่าน ใช้เวลาหลังเลิกงานวันละ 2ชั่วโมง ต่อเนื่อง 2-3สัปดาห์ หรือสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในวันปกติ ก็ใช้เวลาในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ในการเขียนได้ อาจจะใช้เวลาวันละ 4-6ชั่วโมงในการเขียนก็ได้ 2วันก็จะได้ 8-12 ชั่วโมง ใช้เวลา 6-8สัปดาห์ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว นั้นคือตอนการเขียน
ซึ่งในขั้นตอนนี้ หมายถึงเฉพาะการเขียนเท่านั้น เรื่องข้อมูลที่จะเขียน และเรื่องราวต่างๆคุณได้กำหนดเอาไว้แล้วในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลที่จะเขียน ดังนั้น ความต่อเนื่องในการเขียนจึงมีความสำคัญอย่างมากในการทำงาน
วิธีการเขียนนั้น มีความแตกต่างกันไป มีความโดดเด่นเฉพาะ หากคุณเริ่มต้นเขียน EBook เป็นครั้งแรก อย่ากังวลในเรื่องนี้มากนัก แต่พยายามเขียนออกมาให้ถูกต้อง เรียงร้อยถ้อยคำให้ต่อเนื่อง และเป็นขั้นเป็นตอนก็พอ อย่าลืมเรื่องคำผิด และการสะกดคำต่างๆ คำทับศัพท์ หรือคำเฉพาะต่างๆ ก็ควรอธิบายสั้นๆที่ท้ายหน้านั้นด้วย เพื่อความเข้าใจความหมายที่ตรงกัน
การเขียนมันง่ายมากขึ้น หากคุณเตรียมข้อมูล และเขียนจำกัดความสั้นๆเอาไว้ที่ใต้หัวข้อย่อย ว่าคุณต้องการที่จะเขียนเกี่ยวกับอะไร กลายๆว่าคุณเขียนบทความสั้นๆ 25ครั้ง เพื่อรวมเล่มเป็น 1 EBook จะทำให้คุณไม่เหนื่อยล้ามากนัก หากจะคิดถึงเนื้อหาจำนวนมากที่คุณต้องเขียน แต่เมื่อคุณแยกมันออกเป็นหัวข้อย่อยๆ คุณก็จะสามารเขียน เริ่มต้น เนื้อหา และสรุปใจความในหัวข้อย่อยนั้นได้เลย แล้วค่อยมาสรุปอีกครั้ง ตอนจบหัวข้อหลัก
หากคุณตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า เขียนวันละ 1บทความ EBook คุณมี 25หัวข้อย่อยที่เปรียบเหมือน 25บทความ คุณก็จะใช้เวลาในการเขียนเพียง 25วันเท่านั้น การสร้าง EBook ในขั้นตอนการเขียนไม่ได้ยากเลย เพียงอาศัยการเตรียมข้อมูลที่ดี ครอบคลุม และเขียนอย่างต่อเนื่องเมื่อถึงขั้นตอนการเขียน
หลายคนถามว่า EBook ควรจะมีกี่หน้า ที่จริงแล้ว ผมไม่มีหลักการตายตัว หรือยืดถือเท่าไหร่นัก บางเรื่องเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงที่คุณสามารเขียนให้สั้น กระชับ และนำไปใช้งานจริงได้ อยู่ที่ 5,000-9,000 คำ ก็สามารถเป็น EBook ที่วางขายได้เลย หรือหากเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายกันยาวหน่อย ก็สามารถยาวได้ถึง 25,000-30,000คำได้เช่นกัน แต่ EBook ไม่ควรยาวกว่านี้ เพราะต้องใช้เวลาอ่านนานเกินไป หากเป็น EBook ที่ต้องการนำเทคนิคต่างๆไปใช้งาน แก้ปัญหา ควรสั้นไม่เกิน 50หน้า กำลังพอดี แต่หากเป็นนิยาย สามารถยาวได้เท่าที่คุณต้องการ หรือแบ่งเป็นหลายภาคก็ได้ เช่น 1ภาค มี 150หน้า เป็นต้น
รูปภาพประกอบสำหรับ EBook
รูปภาพประกอบสำหรับ EBook นั้น ผมแนะนำให้คุณถ่ายเอง เพื่อที่จะไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์รูปภาพที่อาจจะมีปัญหา และควรเลือกรูปเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าใส่รูปภาพเยอะเกินความจำเป็นที่ต้องมี บางครั้งคุณต้องใส่รูปภาพ เพราะชอบว่ามันสวยดี อยากใส่เยอะๆ แต่ข้อเสียก็มี เช่น ไฟล์จะใหญ่ขึ้น ใช้เวลาในเปิดไฟล์งานในการแก้ไข หรือเปิดอ่านนานกว่าจะเปิดขึ้นมาได้ ดังนั้นเน้นใช้รูปที่จำเป็นจริงเท่านั้น
สำหรับเรื่องรูปภาพประกอบใน EBook นั้น ผมใช้วิธีการซื้อรูปภาพแบบ Royalty-free ที่มีคุณภาพไม่สูงมากนัก หลายคนสามารถซื้อแล้วนำไปใช้งานโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนด อาจจะ ไม่เกิน 10,000 Copy สำหรับ 1รูปที่ซื้อไป หากคุณขาย EBook เกินกว่า 10,000เล่ม ที่มีรูปนั้นๆ จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติม (แต่ไม่มาก..)
โดยปกติแล้ว ผมมักจะซื้อรูปภาพจากเว็บ 123rf.com ที่มีรูปให้เลือกค่อนข้างมาก(อันนี้ลองเปรียบเทียบจากเว็บอื่นแล้ว เว็บอื่นจะสวยกว่า แพงกว่า แต่มีภาพให้เลือกค่อนข้างน้อย) และสามารถเลือกคุณภาพของรูปภาพนั้นได้ ยิ่งคุณภาพต่ำ ยิ่งราคาถูก ราคาถูกอยู่ที่ $0.60 หากซื้อจำนวนมาก หรือประมาณ 20บาทต่อรูปเท่านั้นเอง แต่ผมจะเลือกรูปที่มีความละเอียดสูงขึ้นมาหน่อย ยอมจ่ายแพงขึ้นนิดหนึ่ง แต่ได้รูปที่คมชัดมากขึ้นสำหรับประกอบใน EBook ได้ อยู่ที่รูปละ $1.20 หรือประมาณ 40บาท ต่อรูปเท่านั้น แต่ราคาดังกล่าวจะแปรผันตามจำนวนที่คุณซื้อ ยิ่งซื้อมากก็จะยิ่งถูกลงด้วย
หรือหากคุณไม่อยากที่จะลงทุนในเรื่องของรูปภาพมากนัก แนะนำให้หารูป ที่เป็น Royalty-free Image ที่สามารถนำมาใช้ประกอบ EBook ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผมเจอมานั้นรูปแบบนี้ก็มีอยู่พอสมควร แต่เป็นรูปที่ไม่ค่อยตรงตามความต้องการ ต้องใช้เวลาหานาน กว่าจะได้ ผมจึงตัดปัญหาเรื่องนี้ด้วยการลงทุนครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณนะครับว่าจะใช้วิธีไหน ได้ทั้งนั้น แต่อย่าไปเอารูปภาพที่ค้นหาใน อินเตอร์เน็ต แล้วเจอรูปสวยๆก็หยิบมาใช้งานโดยไม่ขออนุญาต หรือตรวจสอบให้ดีว่าคุณสามารนำมาใส่ EBook ของคุณได้หรือไม่นะครับ
ตรวจทาน EBook
เมื่อวางแผนมาดี ทำตามแผนที่วางเอา อาจจะไม่ตรง อาจจะช้ากว่าก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าคุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถใช้งานได้แล้วล่ะครับ คราวนี้ก็มันถึงขึ้นตอนการตรวจท่าน หรือ Proof ว่าคำที่คุณใส่ลงไปนั้น สะกดถูกไหม มีคำไหนหรือประโยคไหนที่เรียงร้อยไม่สวยงาม หรือสื่อความหมายไม่ตรง หรืออ่านแล้วขัดตา ก็แก้ไขให้ถูกต้อง
สำหรับการตรวจทานนั้น ควรอ่านด้วยตัวเองอย่างน้อย 3-4รอบ ไม่รวมกับตอนที่แก้ไขนะครับ กี่ตรวจแก้ควรทำเครื่องหมายเอาไว้ แล้วมาแก้ทีหลัง ไม่นับการแก้ไข เป็นการอ่าน เพื่อตรวจทาน ลักษณะการอ่านนั้นควรเว้นระยะในการตรวจทานในแต่ละครั้งห่างกัน 24-48ชั่วโมง หรือประมาณ 1-2วันค่อยอ่านซ้ำอีกรอบ
เมื่อทำการแก้ไขคำผิด เกลาบางประโยคให้อ่านลื่นไหลมากขึ้นแล้ว จากนั้นคุณจึงส่งให้คนอื่นอ่านดู เพื่อดูคำคอมเม้น หรือคำติชม เพื่อนำมาแก้ไขอีกครั้ง จำนวนคนที่คุณต้องการให้อ่านนั้น อาจจะ 4-5คน กำลงพอดี อาจจะเป็นคนใกล้ชิด เพื่อดูสำนวนหรือการเรียงร้อยถ้อยคำที่ใช้นั้นอ่านง่ายไหม และส่งให้คนที่เชียวชาญเรื่องที่คุณเขียนอ่านซ้ำอีกรอบ เพื่อดูความถูกต้องในหลักการ และขั้นตอนวิธีการ
หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ ซึ่งอาจจะกินเวลานาน 2-4สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือนำ EBook ของคุณไปขายได้แล้วครับ ก่อนอื่น Save as ไฟล์งาน เลือก เป็น .pdf เพื่อที่จะได้นำไปฝากขาย หรือวางขายในเว็บไซต์ของคุณได้แล้วครับ
การตลาดเพื่อขาย EBook
ต้องบอกเลยว่าคุณสามารถนำ EBook ที่ผ่านขั้นตอนตามที่ผมแนะนำไปฝากขายได้ที่ eBooks.in.th ได้เลย เพราผมเองก็ใช้งานเว็บไซต์นี้อยู่ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า แบ่งรายได้ค่าฝากขายตามเงื่อนไขของเว็บไซต์ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดต่างๆได้เลย ไม่ซับซ้อน และเข้าใจง่าย ขั้นตอนต่างก็มีแนะนำเอาไว้แล้ว หากไม่เข้าใจก็โทรไปถามเจ้าหน้าที่ของเว็บไซต์เลยครับ
หรือหากจะขายเองคุณเองก็ทำได้เช่นกันครับ แค่เปิดเว็บไซต์ หรือใช้ Blog ฟรีต่างๆก็สามารถเริ่มต้นขายได้เลยครับ ใส่รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ EBook ของคุณลงไปว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร หากคนสนใจที่จะซื้อเนื้อหานั้นๆ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีไหน และแจ้งโอนเงินอย่างไร ใส่รายละเอียดเข้าไปให้ครบถ้วน แล้วนำลิ้งหน้าเว็บคุณไปโปรโมทใน Web Board หรือบน Social Media อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter เป็นต้น
เท่านี้ EBook ก็ขายได้แล้ว ขึ้นอยู่กับการโปรโมทของคุณว่าต้องการเข้ากลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ราคา EBook ไม่แพง สามารถซื้อหาได้ง่าย ถ้าเนื้อหาของคุณสามารถนำไปสร้าง แก้ไขปัญหา เพิ่มมูลค่าที่มากขึ้นได้คุณก็สามารถตั้งราคาขายได้แพงขึ้น ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณนั้นมีกำลังการซื้อหรือไม่ด้วยนะครับ
อนาคต EBook ประเทศไทย
เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ด้วยแนวโน้มที่เนื้อหาแบบนี้จะมีมากขึ้น คนที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละอย่างมีความรู้ และประสบการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็น EBook ได้อย่างไร ผมเชื่อว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นเขียน EBook ได้จากความสามารถของคุณเอง ผมเพียงชี้แนะแนวทางในการเขียนเท่านั้น หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถถามผมได้คอมเม้นด้านล่าง หรือเข้าไปถามผมใน Facebook ก็ได้ครับ ผมยินดีตอบและแนะนำเพิ่มเติมได้
ผมค่อนข้างที่จะมั่นว่าคนไทยเก่ง และมีความสามารถมากมาย การแบ่งปันความรู้ และสร้างรายได้ผ่าน EBook เป็นช่องทางหนึ่งที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน ผมหวังว่าจะมีคนสร้าง Information Product ที่มีคุณภาพออกมาเยอะๆ แก้ไขปัญหา บอกวิธีทำ สร้างความบันเทิง หรือแม้แต่นิยายดีๆน่าอ่านจากนักเขียนไร้สังกัดทั้งหลาย…
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น