“รู้” กับ “ทำ” มันคนละเรื่อง
เคยเป็นไหมครับ
รู้ว่าต้องออกกำลังกาย … แต่ก็ไม่ได้ออก (ผมเอง 1 ในนั้น)
เรียนภาษาอังกฤษมาตั้ง 18 ปี … แต่ก็พูด /ฟังไม่ได้
เรียน/ อ่าน 7 habits มาก็หลายรอบ แต่ก็ยังเปลี่ยนนิสัยเป็นแบบนั้นไม่ได้สักที
อ่านหนังสือมาก็หลายเล่ม อ่านบทความมาก็หลายบทความ ทำไมยังทำแบบนั้นไม่ได้สักที
ทำไม ทำไม ทำไม?
เพราะว่า ความรู้ก็เรื่องนึง ลงมือทำก็เรื่องนึง
มันคนละเรื่องกัน!
อะไรนะ?
ใช่ครับ “รู้” กับ “ทำ” มัน คนละเรื่องกัน!
อ่าวงั้นจะทำยังไงล่ะ? อยากทั้งรู้ด้วย และ ทำด้วย
มันมี 2 วิธี
วิธีที่ 1 คือ Shock! ความรู้สึก คือมีเหตุการณ์บางอย่างมากระแทกใจ จนจิตมันเปลี่ยนเองเลยแบบทันทีทันใด
เช่น
คนที่หมดตัว นั่งๆตากฝน อยู่ๆ ก็คิดได้ … แล้วเปลี่ยนทันที! เปลี่ยนไปตลอดกาล
Jim Rohn กูรูชาวอเมริกัน เปลี่ยนทันที จากเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนมาขายคุ๊กกี้ราคา 2$ แต่ว่า เค้าไม่มีเงินซื้อ ทั้งๆ ที่เค้าเป็นคนหนุ่มอายุเพิ่ง 25 ปี หลังจากนั้นเค้าบอกกับตัวเองว่า...เค้าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตเค้าอีกต่อไป
แต่เหตุการณ์แบบนี้มันอาจจะเกิด หรือไม่เกิดกับเราก็ได้ไม่มีใครรู้ อย่าไปรอมันดีกว่า ผมมีวิธีที่ 2
(note: หลักการนี้เป็นที่มาของ NLP คือ สร้างภาพเหตุการณ์ในจิตเพื่อให้จิตเราเปลี่ยนทันที! – ผมเคยอ่านมาบ้างแต่ว่ายังไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ท่านใดเชี่ยวชาญเรื่องนี้ แชร์ได้เลยนะครับ)
วิธีที่ 2 คือ เราต้องฝึกครับ! โดยทำสิ่งนั้น ซ้ำๆ จนเป็นนิสัย (Repetition)
ตามหลักที่เคยได้ยินกันมาคือต้องทำครบ 21วัน … แล้วเราจะทำต่อไปจนเป็นนิสัย (ที่มาจริงๆ มาจากหนังสือ bestseller Psycho-Cybernetics)
อยากขับรถเก่งๆ ก็ขับบ่อยๆ
อยากฟังภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็"ฝึก"ฟังบ่อยๆ
อยากตีกอล์ฟเก่ง ก็"ฝึก"ตีบ่อยๆ
อยากนอนตื่นเช้า ก็"ฝึก"ตื่นเช้าบ่อยๆ
อยากทำงานเร็ว ก็"ฝึก"ทำงาน “เร็ว” บ่อยๆ
อยากคิดบวก ก็"ฝึก"คิดบวกบ่อยๆ (หลักการในหนังยางล้างใจเลยครับ)
หลักก็คือ เมื่อรู้แล้ว ต้อง “ฝึก” ด้วย ฝึกซ้ำบ่อยๆ
เท่านั้นเองครับ!
เลือกว่าอยากทำอะไร หรืออยากได้ทักษะ (Skill) อะไร
แล้วก็ฝึกสิ่งนั้นทุกๆ วันจนเป็นนิสัย
ครบ 1 เดือนก็ได้ 1 ทักษะแล้วครับ …. ว้าว น่าสนใจ
แต่ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ มันต้องการ “แรงบันดาลใจ” (Inspiration)
เพราะไอ้การที่เราจะทำอะไร ซ้ำๆ ๆ ๆ ได้ 21-30 วันนี่ ไม่ใช่ง่ายๆ
นั่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่า
การได้อ่านหนังสือดี
ได้อ่านข้อความดีๆ
ได้มีเพื่อนดีๆ
มีสังคมที่ดีๆ
มันมีผลกับสิ่งเหล่านี้
สรุป
เรียนรู้ให้รู้ตกผลึก แล้วลงมือทำจนเป็นนิสัย
ในระหว่างนั้น ก็สร้างสังคมดีๆ อ่านบทความดีๆ เพื่อเป็น "แรงบันดาลใจ" เป็นพลังให้ทำสิ่งที่ดีๆต่อไปนะครับ
อรุณสวัสดิ์วัน "สุข" ครับ
Un+ Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์)
--------------------------------------
(ภาคทฤษฏี – ใครไม่ชอบทฤษฎีเยอะๆ ตรงนี้ข้ามไปได้เลยนะครับ)
เพราะอะไร เพราะสิ่งที่ควบคุมการกระทำจนเป็นนิสัยของคุณ คือ paradigm (โอ้ว ศัพท์ยาก) ซึ่งอยู่ที่จิตใต้สำนึก (Subconscious mind)
แต่สิ่งที่คุณรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มันอยู่ชั้น จิตรู้สำนึก (Conscious mind)
เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากทำจนเป็นนิสัย ทำได้อัติโนมัติเหมือนขับรถ … เราต้องกระทุ้งสิ่งนั้นจาก Conscious mind ลงมาที่Subconscious mind
ซึ่งวิธีการนั้นคือการทำซ้ำ (Repetition) นั่นเอง
นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมขับรถพอขับบ่อยๆ ก็ขับได้แบบอัติโนมัติ
ทำไมเมื่อออกกำลังกายทุกๆวัน เลยชินต้องออกทุกวัน ไม่ออกไม่ได้
ทำไมเมื่อฟังภาษาอังกฤษแผ่นเดิมๆ รอบที่ 20 เราเลยฟังเข้าใจ และพูดแบบนั้นออกมาได้
ทำไมเมื่อฟังหลักคิดซ้ำๆรอบที่ 20 ถึงจะเข้าใจแบบถ่องแท้ เข้าใจเหมือนเป็นหลักปฏิบัติของตัวเองไปเลย
ทำไมคิดบวกบ่อยๆ มันก็จะคิดบวกอัตโนมัติ คิดลบไม่เป็น
เพราะมันเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกซึ่งเป็นตัวควบคุมการกระทำของเราแบบอัตโนมัติไปแล้วนั่นเองครับ
แบบนั้นเลย
----------------------------------
Cr: “Thinking into result” – Bob Proctor
Cr: https://www.facebook.com/lifesuccessplus?fref=photo
“Repetition is the mother of skill” … Tony Bobbins
เคยเป็นไหมครับ
รู้ว่าต้องออกกำลังกาย … แต่ก็ไม่ได้ออก (ผมเอง 1 ในนั้น)
เรียนภาษาอังกฤษมาตั้ง 18 ปี … แต่ก็พูด /ฟังไม่ได้
เรียน/ อ่าน 7 habits มาก็หลายรอบ แต่ก็ยังเปลี่ยนนิสัยเป็นแบบนั้นไม่ได้สักที
อ่านหนังสือมาก็หลายเล่ม อ่านบทความมาก็หลายบทความ ทำไมยังทำแบบนั้นไม่ได้สักที
ทำไม ทำไม ทำไม?
เพราะว่า ความรู้ก็เรื่องนึง ลงมือทำก็เรื่องนึง
มันคนละเรื่องกัน!
อะไรนะ?
ใช่ครับ “รู้” กับ “ทำ” มัน คนละเรื่องกัน!
อ่าวงั้นจะทำยังไงล่ะ? อยากทั้งรู้ด้วย และ ทำด้วย
มันมี 2 วิธี
วิธีที่ 1 คือ Shock! ความรู้สึก คือมีเหตุการณ์บางอย่างมากระแทกใจ จนจิตมันเปลี่ยนเองเลยแบบทันทีทันใด
เช่น
คนที่หมดตัว นั่งๆตากฝน อยู่ๆ ก็คิดได้ … แล้วเปลี่ยนทันที! เปลี่ยนไปตลอดกาล
Jim Rohn กูรูชาวอเมริกัน เปลี่ยนทันที จากเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนมาขายคุ๊กกี้ราคา 2$ แต่ว่า เค้าไม่มีเงินซื้อ ทั้งๆ ที่เค้าเป็นคนหนุ่มอายุเพิ่ง 25 ปี หลังจากนั้นเค้าบอกกับตัวเองว่า...เค้าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตเค้าอีกต่อไป
แต่เหตุการณ์แบบนี้มันอาจจะเกิด หรือไม่เกิดกับเราก็ได้ไม่มีใครรู้ อย่าไปรอมันดีกว่า ผมมีวิธีที่ 2
(note: หลักการนี้เป็นที่มาของ NLP คือ สร้างภาพเหตุการณ์ในจิตเพื่อให้จิตเราเปลี่ยนทันที! – ผมเคยอ่านมาบ้างแต่ว่ายังไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ท่านใดเชี่ยวชาญเรื่องนี้ แชร์ได้เลยนะครับ)
วิธีที่ 2 คือ เราต้องฝึกครับ! โดยทำสิ่งนั้น ซ้ำๆ จนเป็นนิสัย (Repetition)
ตามหลักที่เคยได้ยินกันมาคือต้องทำครบ 21วัน … แล้วเราจะทำต่อไปจนเป็นนิสัย (ที่มาจริงๆ มาจากหนังสือ bestseller Psycho-Cybernetics)
อยากขับรถเก่งๆ ก็ขับบ่อยๆ
อยากฟังภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็"ฝึก"ฟังบ่อยๆ
อยากตีกอล์ฟเก่ง ก็"ฝึก"ตีบ่อยๆ
อยากนอนตื่นเช้า ก็"ฝึก"ตื่นเช้าบ่อยๆ
อยากทำงานเร็ว ก็"ฝึก"ทำงาน “เร็ว” บ่อยๆ
อยากคิดบวก ก็"ฝึก"คิดบวกบ่อยๆ (หลักการในหนังยางล้างใจเลยครับ)
หลักก็คือ เมื่อรู้แล้ว ต้อง “ฝึก” ด้วย ฝึกซ้ำบ่อยๆ
เท่านั้นเองครับ!
เลือกว่าอยากทำอะไร หรืออยากได้ทักษะ (Skill) อะไร
แล้วก็ฝึกสิ่งนั้นทุกๆ วันจนเป็นนิสัย
ครบ 1 เดือนก็ได้ 1 ทักษะแล้วครับ …. ว้าว น่าสนใจ
แต่ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ มันต้องการ “แรงบันดาลใจ” (Inspiration)
เพราะไอ้การที่เราจะทำอะไร ซ้ำๆ ๆ ๆ ได้ 21-30 วันนี่ ไม่ใช่ง่ายๆ
นั่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่า
การได้อ่านหนังสือดี
ได้อ่านข้อความดีๆ
ได้มีเพื่อนดีๆ
มีสังคมที่ดีๆ
มันมีผลกับสิ่งเหล่านี้
สรุป
เรียนรู้ให้รู้ตกผลึก แล้วลงมือทำจนเป็นนิสัย
ในระหว่างนั้น ก็สร้างสังคมดีๆ อ่านบทความดีๆ เพื่อเป็น "แรงบันดาลใจ" เป็นพลังให้ทำสิ่งที่ดีๆต่อไปนะครับ
อรุณสวัสดิ์วัน "สุข" ครับ
Un+ Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์)
--------------------------------------
(ภาคทฤษฏี – ใครไม่ชอบทฤษฎีเยอะๆ ตรงนี้ข้ามไปได้เลยนะครับ)
เพราะอะไร เพราะสิ่งที่ควบคุมการกระทำจนเป็นนิสัยของคุณ คือ paradigm (โอ้ว ศัพท์ยาก) ซึ่งอยู่ที่จิตใต้สำนึก (Subconscious mind)
แต่สิ่งที่คุณรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มันอยู่ชั้น จิตรู้สำนึก (Conscious mind)
เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากทำจนเป็นนิสัย ทำได้อัติโนมัติเหมือนขับรถ … เราต้องกระทุ้งสิ่งนั้นจาก Conscious mind ลงมาที่Subconscious mind
ซึ่งวิธีการนั้นคือการทำซ้ำ (Repetition) นั่นเอง
นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมขับรถพอขับบ่อยๆ ก็ขับได้แบบอัติโนมัติ
ทำไมเมื่อออกกำลังกายทุกๆวัน เลยชินต้องออกทุกวัน ไม่ออกไม่ได้
ทำไมเมื่อฟังภาษาอังกฤษแผ่นเดิมๆ รอบที่ 20 เราเลยฟังเข้าใจ และพูดแบบนั้นออกมาได้
ทำไมเมื่อฟังหลักคิดซ้ำๆรอบที่ 20 ถึงจะเข้าใจแบบถ่องแท้ เข้าใจเหมือนเป็นหลักปฏิบัติของตัวเองไปเลย
ทำไมคิดบวกบ่อยๆ มันก็จะคิดบวกอัตโนมัติ คิดลบไม่เป็น
เพราะมันเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกซึ่งเป็นตัวควบคุมการกระทำของเราแบบอัตโนมัติไปแล้วนั่นเองครับ
แบบนั้นเลย
----------------------------------
Cr: “Thinking into result” – Bob Proctor
Cr: https://www.facebook.com/lifesuccessplus?fref=photo
“Repetition is the mother of skill” … Tony Bobbins

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น