วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ต้องทำครบ 21วัน … แล้วเราจะทำต่อไปจนเป็นนิสัย

“รู้” กับ “ทำ” มันคนละเรื่อง

เคยเป็นไหมครับ

รู้ว่าต้องออกกำลังกาย … แต่ก็ไม่ได้ออก (ผมเอง 1 ในนั้น)

เรียนภาษาอังกฤษมาตั้ง 18 ปี … แต่ก็พูด /ฟังไม่ได้

เรียน/ อ่าน 7 habits มาก็หลายรอบ แต่ก็ยังเปลี่ยนนิสัยเป็นแบบนั้นไม่ได้สักที

อ่านหนังสือมาก็หลายเล่ม อ่านบทความมาก็หลายบทความ ทำไมยังทำแบบนั้นไม่ได้สักที

ทำไม ทำไม ทำไม?

เพราะว่า ความรู้ก็เรื่องนึง ลงมือทำก็เรื่องนึง

มันคนละเรื่องกัน!

อะไรนะ?

ใช่ครับ “รู้” กับ “ทำ” มัน คนละเรื่องกัน!

อ่าวงั้นจะทำยังไงล่ะ? อยากทั้งรู้ด้วย และ ทำด้วย

มันมี 2 วิธี

วิธีที่ 1 คือ Shock! ความรู้สึก คือมีเหตุการณ์บางอย่างมากระแทกใจ จนจิตมันเปลี่ยนเองเลยแบบทันทีทันใด

เช่น

คนที่หมดตัว นั่งๆตากฝน อยู่ๆ ก็คิดได้ … แล้วเปลี่ยนทันที! เปลี่ยนไปตลอดกาล

Jim Rohn กูรูชาวอเมริกัน เปลี่ยนทันที จากเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนมาขายคุ๊กกี้ราคา 2$ แต่ว่า เค้าไม่มีเงินซื้อ ทั้งๆ ที่เค้าเป็นคนหนุ่มอายุเพิ่ง 25 ปี หลังจากนั้นเค้าบอกกับตัวเองว่า...เค้าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตเค้าอีกต่อไป

แต่เหตุการณ์แบบนี้มันอาจจะเกิด หรือไม่เกิดกับเราก็ได้ไม่มีใครรู้ อย่าไปรอมันดีกว่า ผมมีวิธีที่ 2

(note: หลักการนี้เป็นที่มาของ NLP คือ สร้างภาพเหตุการณ์ในจิตเพื่อให้จิตเราเปลี่ยนทันที! – ผมเคยอ่านมาบ้างแต่ว่ายังไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ท่านใดเชี่ยวชาญเรื่องนี้ แชร์ได้เลยนะครับ)

วิธีที่ 2 คือ เราต้องฝึกครับ! โดยทำสิ่งนั้น ซ้ำๆ จนเป็นนิสัย (Repetition)

ตามหลักที่เคยได้ยินกันมาคือต้องทำครบ 21วัน … แล้วเราจะทำต่อไปจนเป็นนิสัย (ที่มาจริงๆ มาจากหนังสือ bestseller Psycho-Cybernetics)

อยากขับรถเก่งๆ ก็ขับบ่อยๆ
อยากฟังภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็"ฝึก"ฟังบ่อยๆ
อยากตีกอล์ฟเก่ง ก็"ฝึก"ตีบ่อยๆ
อยากนอนตื่นเช้า ก็"ฝึก"ตื่นเช้าบ่อยๆ
อยากทำงานเร็ว ก็"ฝึก"ทำงาน “เร็ว” บ่อยๆ
อยากคิดบวก ก็"ฝึก"คิดบวกบ่อยๆ (หลักการในหนังยางล้างใจเลยครับ)

หลักก็คือ เมื่อรู้แล้ว ต้อง “ฝึก” ด้วย ฝึกซ้ำบ่อยๆ

เท่านั้นเองครับ!

เลือกว่าอยากทำอะไร หรืออยากได้ทักษะ (Skill) อะไร

แล้วก็ฝึกสิ่งนั้นทุกๆ วันจนเป็นนิสัย

ครบ 1 เดือนก็ได้ 1 ทักษะแล้วครับ …. ว้าว น่าสนใจ

แต่ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ มันต้องการ “แรงบันดาลใจ” (Inspiration)

เพราะไอ้การที่เราจะทำอะไร ซ้ำๆ ๆ ๆ ได้ 21-30 วันนี่ ไม่ใช่ง่ายๆ

นั่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่า

การได้อ่านหนังสือดี
ได้อ่านข้อความดีๆ
ได้มีเพื่อนดีๆ
มีสังคมที่ดีๆ

มันมีผลกับสิ่งเหล่านี้

สรุป

เรียนรู้ให้รู้ตกผลึก แล้วลงมือทำจนเป็นนิสัย

ในระหว่างนั้น ก็สร้างสังคมดีๆ อ่านบทความดีๆ เพื่อเป็น "แรงบันดาลใจ" เป็นพลังให้ทำสิ่งที่ดีๆต่อไปนะครับ

อรุณสวัสดิ์วัน "สุข" ครับ
Un+ Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์)

--------------------------------------

(ภาคทฤษฏี – ใครไม่ชอบทฤษฎีเยอะๆ ตรงนี้ข้ามไปได้เลยนะครับ)

เพราะอะไร เพราะสิ่งที่ควบคุมการกระทำจนเป็นนิสัยของคุณ คือ paradigm (โอ้ว ศัพท์ยาก) ซึ่งอยู่ที่จิตใต้สำนึก (Subconscious mind)

แต่สิ่งที่คุณรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มันอยู่ชั้น จิตรู้สำนึก (Conscious mind)

เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากทำจนเป็นนิสัย ทำได้อัติโนมัติเหมือนขับรถ … เราต้องกระทุ้งสิ่งนั้นจาก Conscious mind ลงมาที่Subconscious mind

ซึ่งวิธีการนั้นคือการทำซ้ำ (Repetition) นั่นเอง

นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่า

ทำไมขับรถพอขับบ่อยๆ ก็ขับได้แบบอัติโนมัติ

ทำไมเมื่อออกกำลังกายทุกๆวัน เลยชินต้องออกทุกวัน ไม่ออกไม่ได้

ทำไมเมื่อฟังภาษาอังกฤษแผ่นเดิมๆ รอบที่ 20 เราเลยฟังเข้าใจ และพูดแบบนั้นออกมาได้

ทำไมเมื่อฟังหลักคิดซ้ำๆรอบที่ 20 ถึงจะเข้าใจแบบถ่องแท้ เข้าใจเหมือนเป็นหลักปฏิบัติของตัวเองไปเลย

ทำไมคิดบวกบ่อยๆ มันก็จะคิดบวกอัตโนมัติ คิดลบไม่เป็น

เพราะมันเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกซึ่งเป็นตัวควบคุมการกระทำของเราแบบอัตโนมัติไปแล้วนั่นเองครับ

แบบนั้นเลย

----------------------------------
Cr: “Thinking into result” – Bob Proctor
Cr: https://www.facebook.com/lifesuccessplus?fref=photo
“Repetition is the mother of skill” … Tony Bobbins

รูปภาพ : “รู้” กับ “ทำ” มันคนละเรื่อง

เคยเป็นไหมครับ

รู้ว่าต้องออกกำลังกาย …  แต่ก็ไม่ได้ออก (ผมเอง 1 ในนั้น)

เรียนภาษาอังกฤษมาตั้ง 18 ปี … แต่ก็พูด /ฟังไม่ได้

เรียน/ อ่าน 7 habits มาก็หลายรอบ แต่ก็ยังเปลี่ยนนิสัยเป็นแบบนั้นไม่ได้สักที

อ่านหนังสือมาก็หลายเล่ม อ่านบทความมาก็หลายบทความ ทำไมยังทำแบบนั้นไม่ได้สักที

ทำไม ทำไม ทำไม?

เพราะว่า ความรู้ก็เรื่องนึง ลงมือทำก็เรื่องนึง

มันคนละเรื่องกัน!

อะไรนะ?

ใช่ครับ “รู้” กับ “ทำ” มัน คนละเรื่องกัน!

อ่าวงั้นจะทำยังไงล่ะ? อยากทั้งรู้ด้วย และ ทำด้วย

มันมี 2 วิธี

วิธีที่ 1 คือ Shock! ความรู้สึก คือมีเหตุการณ์บางอย่างมากระแทกใจ จนจิตมันเปลี่ยนเองเลยแบบทันทีทันใด

เช่น

คนที่หมดตัว นั่งๆตากฝน อยู่ๆ ก็คิดได้ … แล้วเปลี่ยนทันที! เปลี่ยนไปตลอดกาล

Jim Rohn กูรูชาวอเมริกัน เปลี่ยนทันที จากเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนมาขายคุ๊กกี้ราคา 2$ แต่ว่า เค้าไม่มีเงินซื้อ ทั้งๆ ที่เค้าเป็นคนหนุ่มอายุเพิ่ง 25 ปี หลังจากนั้นเค้าบอกกับตัวเองว่า...เค้าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตเค้าอีกต่อไป

แต่เหตุการณ์แบบนี้มันอาจจะเกิด หรือไม่เกิดกับเราก็ได้ไม่มีใครรู้ อย่าไปรอมันดีกว่า ผมมีวิธีที่ 2

(note: หลักการนี้เป็นที่มาของ NLP คือ สร้างภาพเหตุการณ์ในจิตเพื่อให้จิตเราเปลี่ยนทันที! – ผมเคยอ่านมาบ้างแต่ว่ายังไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ท่านใดเชี่ยวชาญเรื่องนี้ แชร์ได้เลยนะครับ)

วิธีที่ 2 คือ เราต้องฝึกครับ! โดยทำสิ่งนั้น ซ้ำๆ จนเป็นนิสัย (Repetition)

ตามหลักที่เคยได้ยินกันมาคือต้องทำครบ 21วัน … แล้วเราจะทำต่อไปจนเป็นนิสัย (ที่มาจริงๆ มาจากหนังสือ bestseller Psycho-Cybernetics)

อยากขับรถเก่งๆ ก็ขับบ่อยๆ
อยากฟังภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็"ฝึก"ฟังบ่อยๆ
อยากตีกอล์ฟเก่ง ก็"ฝึก"ตีบ่อยๆ
อยากนอนตื่นเช้า ก็"ฝึก"ตื่นเช้าบ่อยๆ
อยากทำงานเร็ว ก็"ฝึก"ทำงาน “เร็ว” บ่อยๆ
อยากคิดบวก ก็"ฝึก"คิดบวกบ่อยๆ (หลักการในหนังยางล้างใจเลยครับ)

หลักก็คือ เมื่อรู้แล้ว ต้อง “ฝึก” ด้วย ฝึกซ้ำบ่อยๆ

เท่านั้นเองครับ!

เลือกว่าอยากทำอะไร หรืออยากได้ทักษะ (Skill) อะไร

แล้วก็ฝึกสิ่งนั้นทุกๆ วันจนเป็นนิสัย

ครบ 1 เดือนก็ได้ 1 ทักษะแล้วครับ …. ว้าว น่าสนใจ

แต่ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ มันต้องการ “แรงบันดาลใจ” (Inspiration)

เพราะไอ้การที่เราจะทำอะไร ซ้ำๆ ๆ ๆ ได้ 21-30 วันนี่ ไม่ใช่ง่ายๆ

นั่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่า

การได้อ่านหนังสือดี
ได้อ่านข้อความดีๆ
ได้มีเพื่อนดีๆ
มีสังคมที่ดีๆ

มันมีผลกับสิ่งเหล่านี้

สรุป

เรียนรู้ให้รู้ตกผลึก แล้วลงมือทำจนเป็นนิสัย

ในระหว่างนั้น ก็สร้างสังคมดีๆ อ่านบทความดีๆ เพื่อเป็น "แรงบันดาลใจ" เป็นพลังให้ทำสิ่งที่ดีๆต่อไปนะครับ

อรุณสวัสดิ์วัน "สุข" ครับ
Un+ Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์) 

--------------------------------------

(ภาคทฤษฏี – ใครไม่ชอบทฤษฎีเยอะๆ ตรงนี้ข้ามไปได้เลยนะครับ)

เพราะอะไร เพราะสิ่งที่ควบคุมการกระทำจนเป็นนิสัยของคุณ คือ paradigm (โอ้ว ศัพท์ยาก) ซึ่งอยู่ที่จิตใต้สำนึก (Subconscious mind)

แต่สิ่งที่คุณรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มันอยู่ชั้น จิตรู้สำนึก (Conscious mind)

เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากทำจนเป็นนิสัย ทำได้อัติโนมัติเหมือนขับรถ … เราต้องกระทุ้งสิ่งนั้นจาก Conscious mind ลงมาที่Subconscious mind

ซึ่งวิธีการนั้นคือการทำซ้ำ (Repetition) นั่นเอง

นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่า

ทำไมขับรถพอขับบ่อยๆ ก็ขับได้แบบอัติโนมัติ

ทำไมเมื่อออกกำลังกายทุกๆวัน เลยชินต้องออกทุกวัน ไม่ออกไม่ได้

ทำไมเมื่อฟังภาษาอังกฤษแผ่นเดิมๆ รอบที่ 20 เราเลยฟังเข้าใจ และพูดแบบนั้นออกมาได้

ทำไมเมื่อฟังหลักคิดซ้ำๆรอบที่ 20  ถึงจะเข้าใจแบบถ่องแท้ เข้าใจเหมือนเป็นหลักปฏิบัติของตัวเองไปเลย

ทำไมคิดบวกบ่อยๆ มันก็จะคิดบวกอัตโนมัติ คิดลบไม่เป็น

เพราะมันเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกซึ่งเป็นตัวควบคุมการกระทำของเราแบบอัตโนมัติไปแล้วนั่นเองครับ

แบบนั้นเลย

----------------------------------
Cr: “Thinking into result” – Bob Proctor

“Repetition is the mother of skill”  … Tony Bobbins

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น