วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เหตุการณ์เดียวกัน ตีความหมายต่างกัน การตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นๆก็ต่างกัน

เช้านี้ ยังดูอยู่ข่าวอยู่รึเปล่าครับ?
เมื่อวานนี้ผมโพสเรื่องเลิกดูข่าวไป แต่ถ้ายังจำเป็นต้องดู ยังเลิกดูไม่ได้ จะทำยังไงกับพวกความคิดลบๆ พวกนี้ดี เช่น
ถ้าเจอข่าวเครื่องบินตก จะทำยังไงถึงจะไม่หดหู่
ถ้าเจอข่าวฆ่าข่มขืน จะทำยังไงไม่ให้โกรธผู้ต้องหาคนนั้น
ถ้าเจอข่าวคนทุกข์ยาก จะทำยังไงไม่ให้สงสาร เศร้าไปด้วย
ในเมื่อบ่นไป เศร้าไป หดหู่ไป มันก็ไม่ช่วยทำให้สถาณการณ์อะไรมันดีขึ้น
เอาแบบนี้ดีกว่า
"เปลี่ยนพวกนั้นเป็นพลังบวก! ซะเลย" โดยใช้ “พลังทางความคิด” คิดกลับแบบนี้
ฉันจะต้องมีเงินเยอะๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยา ครอบครัวผู้ประสบภัยเครื่องบินตกให้ได้
ฉันจะต้องรวย มีชื่อเสียง จะได้ออกกฎหมายปราบปราม ขจัดการกระทำแบบนี้
ฉันจะต้องมีเงินมากๆ จะได้ช่วยเหลือคนทุกข์ยาก เพื่อให้ความจนหมดไปจากสังคมไทย
มีพลังกว่าเยอะไหมครับ!
ในบางครั้งเราอาจหลีกเลี่ยงบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนจะเป็นเรื่องไม่ดีไม่ได้ แต่ว่าเรา "เลือกความหมาย" ให้มันได้
เช้านี้ถ้าใครยังเปิดข่าวอยู่ลองดูนะครับ
“ใช้พลังทางความคิด เปลี่ยนความหมายสิ่งที่เหมือนจะเป็นลบ ให้มันกลายเป็นพลังบวก”
อรุณสวัสดิ์ครับ
Un+ Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์)
ปล. แต่ถ้าใครที่ไม่ได้ดูอยู่แล้วไม่ต้องไปเปิดข่าวเพื่อลองนะครับ เอาไปลองกับเรื่องลบอื่นๆ ในชีวิตประจำวันแทนนะครับ
------------------------------------
ส่วนเสริม
เรื่องของเทคนิคการเปลี่ยนความหมาย ผมเคยโพสไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ในโพสวันที่ 15 มิ.ย. วิชานี้ได้มาจากคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ซึ่งเอามาใช้เมื่อเราเจอข่าวลบๆ ได้เป็นอย่างดี
โพสวันนั้นเขียนไว้แบบนี้ เอามาแปะตรงนี้อีกที เผื่อใครที่ยังไม่ได้อ่านครับ (จะย้อนกลับไปเปิดก็ไกลอยู่)
“เปลี่ยนโลกได้ด้วยการ เปลี่ยนความหมาย”
เรื่องที่ 1
Steven Covey ผู้แต่งหนังสือ 7 Habits เล่าว่า เค้านั่งอยู่บนรถไฟ เห็นเด็ก 2 คนเล่นซนกัน รบกวนผูัโดยสารท่านอื่นๆ Steven เห็น ผู้ชายคนนึงนั่งก้มหน้าอยู่ เหมือนว่าน่าจะมากับเด็กๆ แต่ว่าไม่ได้ว่าเกล่าหรือตักเตือนเด็กๆ ทั้ง 2 คนแต่ประการใด
Steven ทนไม่ไหว เลยเดินไปหาผู้ชายคนนั้น บอก "คุณช่วยดูเด็กๆ ของคุณหน่อยได้ไหม เค้าไปรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ"
ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาแบบตกใจ แล้วบอกว่า "ขอโทษครับ ผมไม่ทันสังเกต พอดีแม่ของพวกเค้า เพิ่งเสียไปเมื่อ 2 ชม. ที่แล้ว
ข้อสังเกต: ความรู้สึกเราเปลี่ยนไป ความหมายของเรื่องนี้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งที่เป็นเหตุการณ์เดิม
เรื่องที่ 2
Wayne Dyer นักเขียนชื่อดัง เป็นเด็กกำพร้า .... เด็กกำพร้าส่วนใหญ่จะ"ตีความหมาย"ของชีวิตว่า พวกเค้าเป็นเด็กที่ไม่มีใครรัก พ่อแม่ไม่ต้องการ อยู่ต่อไปก็ไม่มีค่า
แต่ว่า Wayne Dyer ตีความหมายว่า เป็นเด็กกำพร้าสิดี จะได้ไม่ต้องมีผู้ใหญ่มาคอยว่า คอยบงการ จะได้มีอิสระได้เต็มที่
ข้อสังเกต: สภาพแวดล้อมเดียวกัน เมื่อความหมายเปลี่ยน ชีวิตและอนาคตก็เปลี่ยน
----------------------------------
เรื่องใกล้ตัว
ถ้าคนขับรถปาดหน้าเรา เราโมโห.... แต่ถ้าเรารู้ว่า (หรือตีความหมายว่า) เค้ามีคนท้องกำลังคลอดอยู่ในรถ เราจะยังโกรธเค้าอยู่ไหม?
ถ้าเพื่อนมาเตือนเราด้วยความหวังดี แต่เราตีความหมายว่าเค้าตั้งใจว่าเรา เค้าอิจฉาเรา เค้าใส่ร้ายเรา เราก็จะปิดหูไม่ได้รับความหวังดีนั้น
ถ้าเราอกหัก แล้วเราตีความหมายว่าชีวิตเราไม่มีค่าอีกแล้ว เค้าไม่เอาเราแล้ว กับการตีความหมายว่า ... ok ดีซะอีก แสดงว่าเรายังไม่ดีพอ งั้นเราต้องดีชึ้นไปอีก เพื่อจะได้คู่ครองที่ดีขึ้นไปอีก
สรุป
เหตุการณ์เดียวกัน ตีความหมายต่างกัน การตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นๆก็ต่างกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เราไปเปลี่ยนเหตุการณ์นั้นไม่ได้ แต่ว่าเรา "เปลี่ยนความหมาย" ให้มันได้ เปลี่ยนให้เข้าข้างเรา เปลี่ยนให้มันเป็นพลังในการเดินหน้าต่อไป
"แค่เปลี่ยนความหมาย โลกก็เปลี่ยน"
Cr: คุณบัณฑิต อึ้งรังษี course ปลุกพลังดั่งเทพ: สุดยอดสัมมนาที่ช่วยปลุกพลังไร้ขีดจำกัดในตัวคุณ

Cr: FB   

Un+ Chirdpong

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น